




ท้าทายครั้งใหญ่: อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยลุ้นยอดผลิตแตะ 1.5 ล้านคันในปีนี้
สถานการณ์การผลิตรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายน
ในเดือนพฤศจิกายน 2567 การผลิตรถยนต์รวมทั้งหมดอยู่ที่ 117,251 คัน ซึ่งลดลงร้อยละ 28.23 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุหลักมาจากการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นจากสถาบันการเงิน ทำให้ยอดการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศลดลงร้อยละ 40.42 และการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกลดลงร้อยละ 20.67
การผลิตรถยนต์ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2567 มียอดรวม 1,364,119 คัน ลดลงร้อยละ 20.14 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งหมายความว่าอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างมากในการบรรลุเป้าหมายการผลิตรถยนต์ทั้งปีที่ 1.5 ล้านคัน
แนวโน้มการขายรถยนต์ในประเทศ
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2567 อยู่ที่ 42,309 คัน ลดลงร้อยละ 31.34 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว สาเหตุสำคัญมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการซื้อรถยนต์ของผู้บริโภค
สถิติการขายรถยนต์ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2567 มียอดรวม 518,659 คัน ลดลงร้อยละ 26.69 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและปัญหาทางการเงินที่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์
ภาพรวมของการส่งออกรถยนต์
การส่งออกรถยนต์ในเดือนพฤศจิกายน 2567 มียอดรวม 89,646 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.30 เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม แต่ลดลงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว มูลค่าการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 57,957.65 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.62 เนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามอิสราเอลกับฮามาสและเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง
การส่งออกรถยนต์ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2567 มียอดรวม 942,867 คัน ลดลงร้อยละ 8.21 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ภาคการส่งออกรถยนต์กำลังเผชิญอยู่ ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ
แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ในเดือนพฤศจิกายน 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่จำนวน 7,354 คัน ลดลงร้อยละ 34.86 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2567 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมจำนวน 89,658 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.94 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
แม้ว่าแนวโน้มการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปมา แต่ก็แสดงให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยหลายด้าน
