ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยยังคงเติบโตแม้ยอดขายโดยรวมลดลง

รายงานล่าสุดจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงให้เห็นว่าการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้มียอดรวม 89,658 คัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.94% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม การขายรถยนต์โดยรวมลดลง 3.39% โดยเฉพาะรถยนต์นั่งซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน สำหรับยอดขายในช่วง 11 เดือน มียอดรวม 61,443 คัน ลดลง 5.20% จากปีที่แล้ว

ยอดจดทะเบียนและยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในช่วง 11 เดือนแรกของปี

ในช่วงเวลายามที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมยานยนต์จาก ส.อ.ท. ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ พบว่าในช่วง 11 เดือนแรกของปี จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนใหม่มีทั้งหมด 89,658 คัน แม้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่การขายรถยนต์โดยรวมลดลง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งที่ลดลงถึง 3.39%

สถิติล่าสุดจากเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่ายอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้ามีทั้งหมด 7,354 คัน ลดลง 34.86% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการในตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงไป การขายรถยนต์นั่งลดลง 39.54% และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าลดลง 21.26%

นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ขณะเดียวกัน อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสสามอยู่ที่เพียง 3% ประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 89.6% ของ GDP ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์โดยรวมลดลง

อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณที่น่าสนใจ เช่น ยอดจดทะเบียนรถกระบะและรถแวนเพิ่มขึ้น 221.47% และรถบรรทุกเพิ่มขึ้น 633.33% สะท้อนให้เห็นว่าตลาดยานพาหนะบางประเภทยังคงมีศักยภาพในการเติบโต

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน แต่ยังมีโอกาสในการปรับตัวและพัฒนาต่อไป

บทวิเคราะห์และข้อคิดเห็น

รายงานนี้ให้ภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย แม้ว่ายอดขายโดยรวมจะลดลง แต่การจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความสนใจและความต้องการในเทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาทางเศรษฐกิจและสภาพคล่องทางการเงินยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไข

สำหรับภาคเอกชนและภาครัฐ ควรร่วมกันสร้างมาตรการที่สนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า เช่น การลดภาษีหรือให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ และการปรับปรุงระบบสินเชื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค นี่คือก้าวสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

You May Like