
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประเทศนอร์เวย์ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เกือบ 90% ของรถยนต์ใหม่ที่ขายในประเทศเป็นรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นการยกระดับไปสู่เป้าหมายที่จะทำให้ถนนของนอร์เวย์เต็มไปด้วยรถ EV ภายในปี 2568 การรายงานนี้จากสหพันธ์ท้องถนนแห่งนอร์เวย์แสดงให้เห็นว่าตลาดรถไฟฟ้าในนอร์เวย์กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งแบรนด์ระดับโลกและบริษัทจากจีนที่เข้าร่วมแข่งขัน
รายละเอียดการเติบโตของยอดขายรถไฟฟ้าในนอร์เวย์
เมื่อไม่นานมานี้ ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม 2568 องค์กรท้องถนนแห่งนอร์เวย์ (OFV) ได้เผยแพร่สถิติที่น่าประทับใจเกี่ยวกับยอดขายรถยนต์ใหม่ในปี 2567 ตามที่ระบุไว้ รถยนต์ไฟฟ้าครองสัดส่วนกว่า 88.9% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 82.4% เทสลาครองตำแหน่งผู้นำด้านยอดขาย ตามด้วยโฟล์คสวาเกนและโตโยต้า ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดเกือบ 10%
คริสตินา บู เลขาธิการสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งนอร์เวย์ได้กล่าวว่า "นอร์เวย์กำลังจะกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่สามารถลดจำนวนรถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลลงเหลือเกือบศูนย์" นอกจากนี้ นโยบายภาษีที่สนับสนุนรถไฟฟ้า เช่น การยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับรถไฟฟ้า ทำให้คนสนใจซื้อรถประเภทนี้มากขึ้น แม้ว่าจะมีการเรียกเก็บภาษีบางส่วนกลับมาในปี 2566 แต่มาตรการนี้ยังคงประสบความสำเร็จเนื่องจากมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหลายยุค
ผลจากการดำเนินนโยบายดังกล่าวทำให้รถไฟฟ้าแซงหน้ารถยนต์ใช้น้ำมันเบนซินบนท้องถนนของนอร์เวย์เป็นครั้งแรกในปีที่ผ่านมา ณ เดือนธันวาคม 2567 กรมการขนส่งทางบกของนอร์เวย์รายงานว่า รถ EV มีสัดส่วนมากกว่า 28% ของรถยนต์ทั้งหมดที่วิ่งบนถนนในประเทศ
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวของนอร์เวย์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอนาคตที่ยั่งยืนของภาคขนส่งทั่วโลกอีกด้วย ด้วยการสนับสนุนนโยบายที่ต่อเนื่องและการวางแผนระยะยาว นอร์เวย์ได้สร้างแบบอย่างที่น่าสนใจสำหรับประเทศอื่นๆ ที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
