เพลิงไหม้ลานจอดรถบัสเก่าที่ทวีวัฒนา ความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ในลานจอดรถบัสเก่าบริเวณถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ทำให้เกิดความเสียหายต่อรถบัสจำนวน 9 คัน มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสาเหตุอาจมาจากสภาพอากาศแห้งและมีหญ้าแห้งอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีคนงานรายหนึ่งเป็นผู้พบเห็นควันพุ่งออกมาจากรถบัสก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าระงับเหตุ

ข้อมูลรายละเอียดของเหตุการณ์

ในช่วงบ่ายวันที่ 25 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 12.50 น. เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นในลานจอดรถบัสเก่าขนาด 21 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ในเขตทวีวัฒนา หลังจากการตรวจสอบโดยนายสมเกียรติ ศรีสมโภชน์ อายุ 57 ปี พนักงานขับรถที่เป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์คนแรก พบว่ามีควันพุ่งออกมาจากรถบัสเก่าที่รอประมูลขายทอดตลาด ก่อนที่ไฟจะลามไปยังรถบัสคันอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความเสียหายต่อรถบัส 9 คัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถที่ไม่ได้ใช้งานมานานเกือบ 10 ปีแล้ว

นายก้องเกียรติ ลีระศิริ อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัทสยามเดินรถจำกัด กล่าวว่า สำหรับรถทั้ง 9 คันที่เสียหายนั้น เป็นรถที่ปลดระวางแล้วและไม่ได้ใช้งานมานานเกือบ 10 ปี ไม่มีการติดตั้งถังก๊าซแต่อย่างใด เชื้อเพลิงที่ใช้คือน้ำมันดีเซลเท่านั้น สาเหตุที่คาดว่าทำให้เกิดไฟไหม้อาจจะมาจากการที่มีคนทิ้งก้นบุหรี่ลงบนหญ้าแห้งที่อยู่ใกล้กับลานจอดรถบัส ทำให้เกิดไฟลามไปยังรถบัส ซึ่งหากคำนวณมูลค่าความเสียหายแล้ว จะไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะที่ พันตำรวจเอก สุวโรจน์ โชติกาญจนรัศมิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 กล่าวว่า เบื้องต้นต้องรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดไฟไหม้ นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับผู้จัดการบริษัทและทราบว่ารถทั้งหมดที่เสียหายเป็นรถรุ่นเก่าที่ไม่ได้ใช้งานมานาน และเชื้อเพลิงที่ใช้คือน้ำมันดีเซลเท่านั้น

สำหรับรถบัสทั้ง 9 คันที่ได้รับความเสียหายนั้นมีระดับความเสียหายแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะรถบัส 5 คันที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนอีก 4 คันได้รับความเสียหายเล็กน้อย

เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เตือนให้เราตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยในสถานที่จอดรถ รวมถึงการตรวจสอบสภาพอากาศและการกำจัดวัสดุที่อาจเป็นเชื้อเพลิง เช่น หญ้าแห้ง อย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต แม้ว่าความเสียหายทางทรัพย์สินจะมาก แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การขอบคุณและชื่นชม