อุบัติเหตุบนทางด่วน: ความสูญเสียที่ไม่คาดคิด

เมื่อเวลาเช้ามืดของวันคริสต์มาสปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงบนถนนด่วนมหานคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุโดยทันท่วงที เพื่อทำการช่วยเหลือและรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด

เปิดเผยรายละเอียดอุบัติเหตุร้ายแรงบนทางด่วน!

ภาพรวมของเหตุการณ์

ในคืนวันที่ 25 ธันวาคม 67 เวลาประมาณ 02.30 น. เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนทางด่วนมหานคร ฝั่งตรงข้ามด่านลุมพินี ใกล้โรงงานยาสูบ ในเขตคลองเตย กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุพบว่ารถฮอนด้า บริโอ สีขาว ทะเบียน ขง 1638 นครราชสีมา พลิกคว่ำอยู่บนถนนเลนซ้ายสุด มุ่งหน้าบางนา ก่อนถึงทางเบี่ยงลงถนนพระราม 4

สภาพรถยนต์เสียหายอย่างหนัก หลังคารถขาดพังยับเยิน และเครื่องยนต์กระเด็นออกจากตัวรถ นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างเพื่อทำการนำศพชายคนขับออกมา ทราบชื่อต่อมาคือนายธนชิต จินาพร หรือเพชร อายุ 27 ปี ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบว่าขณะเกิดเหตุ มีรถเครน 6 ล้อ ฮีโน่ สีแดง ทะเบียน 53-3886 กรุงเทพมหานคร ของการไฟฟ้าทางพิเศษฯ จอดอยู่ในเลนขวาสุด โดยเปิดสัญญาณไฟท้ายและตั้งกรวยจราจรสีส้มไว้หลังรถ เพื่อเตรียมติดตั้งไฟส่องสว่างข้างทาง

กระทั่งรถของนายธนชิต พุ่งชนท้ายรถเครนอย่างแรง ส่งเสียงดังสนั่น เนื่องจากขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้รถพังยับเยินและคนขับเสียชีวิตทันที ภายใต้ท้องรถเครนยังพบชิ้นส่วนเครื่องยนต์รถฮอนด้าและกรวยยางจราจรสีส้มติดอยู่

กระบวนการสืบสวนและการดำเนินคดี

ร้อยตำรวจตรีชัยภัทร ทับชม รองสารวัตร (สอบสวน) กองกำกับการ 2 ศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 1 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบภาพวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า นายธนชิต หรือเพชร ผู้เสียชีวิต เป็นนักศึกษาปริญญาโทด้านเคมี และเคยออกรายการดังทางช่อง 33 เทคกายเอาท์ ไทยแลนด์ ประเภทชายรักชาย เมื่อประมาณปี 65 ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้างก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุร้ายแรงในครั้งนี้

ผลกระทบและความสูญเสีย

อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเศร้าโศกแก่ครอบครัวและคนใกล้ชิดของนายธนชิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ความระมัดระวังในการขับขี่บนทางด่วน ซึ่งมักมีสภาพการจราจรที่ซับซ้อนและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

การตรวจสอบภาพวงจรปิดและรวบรวมหลักฐานทั้งหมด จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ และนำมาซึ่งการปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยบนทางด่วนในอนาคต