เทสลาเผชิญความท้าทายในไตรมาส 4 ปี 2567 และแผนการสำหรับปีถัดไป

บริษัทเทสลาได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ซึ่งต่ำกว่าความคาดหวังของนักวิเคราะห์ โดยรายได้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยและรายได้จากรถยนต์ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก เทสลายังระบุว่าราคาขายเฉลี่ยของรถยนต์รุ่นต่างๆ ลดลงเป็นสาเหตุสำคัญของสถานการณ์นี้ กระนั้น บริษัทยืนยันว่าจะเน้นการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับและบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ เพื่อฟื้นฟูยอดขายและเติบโตต่อไปในปี 2568

เมื่อตรวจสอบรายละเอียด การปรับตัวลงของรายได้และการส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสที่ 4 ของเทสลามีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคือการลดลงของราคาขายเฉลี่ยในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท เช่น Model 3, Model Y, Model S และ Model X ซึ่งทำให้รายได้จากภาคธุรกิจนี้ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าจะมีการส่งมอบรถยนต์จำนวน 495,570 คันในไตรมาสนี้ แต่รวมตลอดทั้งปี ยอดส่งมอบลดลงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเทสลา

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของเทสลา ทำให้ราคาหุ้นร่วงลงในช่วง After Hours อย่างไรก็ตาม หุ้นสามารถฟื้นตัวขึ้นได้ราว 4% ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ บริษัทยังเผยว่ากำลังเตรียมแผนในการขยายตลาดและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิเช่น การเริ่มดำเนินการบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับในเดือนมิถุนายนที่ออสติน และวางแผนที่จะขยายไปทั่วสหรัฐภายในสิ้นปี

นอกจากนี้ เทสลายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดราคารถยนต์ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น โดยจะพิจารณาต้นทุนการผลิตในทุกด้านเพื่อลดราคาให้เหมาะสม ด้วยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ บริษัทหวังว่าจะสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและตอบแทนผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว

ภายใต้แผนการสำหรับปี 2568 เทสลาตั้งเป้าหมายที่จะกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิเช่น รถยนต์ไร้คนขับและบริการรถแท็กซี่ไร้คนขับ รวมถึงการปรับต้นทุนการผลิตเพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ด้วยแนวทางนี้ บริษัทคาดว่าจะสามารถฟื้นฟูยอดขายและสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต