สามเณรขับรถตู้หลบหนีเพื่อกลับบ้านในนครปฐม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568 ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับประชาชนในจังหวัดนครปฐม ตำรวจได้ควบคุมตัวสามเณรคนหนึ่งที่ขับรถตู้หลบหนีจากจังหวัดราชบุรี เพื่อกลับไปหาแม่ที่บ้านในนครปฐม เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งระหว่างทาง จนกระทั่งถูกจับกุมได้ที่แยกไฟแดงใกล้โรงแรมเวล ผู้กระทำสารภาพว่าเป็นการขับรถครั้งแรกและแค่อยากกลับบ้านเท่านั้น

รายละเอียดของเหตุการณ์

ในช่วงเช้าของวันที่ 31 มกราคม 2568 บนถนนเพชรเกษม มีรายงานว่าเกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนแบริเออร์บริเวณหน้าโรงแรมบายพาสอินท์ ต.สระกระเทียม อ.เมือง จ.นครปฐม รถคันดังกล่าวมีสภาพกระจังหน้าแตก และคนขับมีอาการคล้ายคนเมา พยายามขับเร่งเครื่องหลบหนีตามถนนเพชรเกษมเข้าเมืองนครปฐม

พันตรีธิติเดช แต้มรุ่งเรือง รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้สั่งการให้ตำรวจสายตรวจเขตคอยสกัดจับตามเส้นทางที่รถคันดังกล่าวหลบหนี เมื่อรถถึงแยกร่วมถนนเพชรเกษม-ถนนมาลัยแมน ได้เฉี่ยวชนรถผู้อื่นหลายคัน ก่อนจะเข้าสู่ถนนทรงพล มุ่งหน้าเข้าเมืองนครปฐม

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเขต 5 และจราจรได้ปิดถนนบริเวณแยกไฟแดงใกล้โรงแรมเวล เพื่อหยุดรถคันดังกล่าวและควบคุมตัวคนขับ ซึ่งปรากฏว่าเป็นสามเณรชื่อบูม (นามสมมติ) อายุ 18 ปี สวมหมวกแก๊ปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ในอาการตื่นตระหนก ลงมาจากรถ

จากการสอบถามเบื้องต้น สามเณรบูมอ้างว่าคิดถึงแม่ จึงแอบเอารถของคนที่วัดขับมาจากวัดสนามไชย จ.ราชบุรี เพื่อกลับบ้านที่ตำบลบ่อพลับ อ.เมืองนครปฐม ในการให้การของเขาพบว่าเขาให้การวกวน บอกเพียงว่ารู้ว่าผิด รู้แล้วว่าชนมาตลอด และเป็นการขับรถยนต์ครั้งแรก มาหาแม่ที่หมู่ 6 ต.บ่อพลับ

ภายหลังจากนั้น พนักงานสอบสวน สภ.ดำเนินสะดวก ได้ขอรับตัวสามเณรบูม อายุ 18 ปี ไปดำเนินคดีต่อไป ตามที่ผู้เสียหาย นายต้น เจ้าของรถตู้ได้ขับรถมาทานกาแฟที่ร้านกาแฟในวัดสนามชัย โดยจอดรถคากุญแจไว้ แล้วสามเณรบูม ได้ขับรถออกไป คาดว่าจะไปหาแม่ ซึ่งมีบ้านอยู่ที่ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและการดูแลทรัพย์สินในสถานที่สาธารณะ เช่น วัด นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการอบรมเยาวชนให้ทราบถึงความรับผิดชอบและความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะ การกระทำของสามเณรบูมไม่เพียงแต่เป็นการทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ใหญ่หลวงกว่านั้นหากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้น