
ศาลปกครองกลางได้มีคำตัดสินในคดีหมายเลข 2120/2567 และ 2682/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เกี่ยวกับการเชื่อมโยงการชำระภาษีรถยนต์กับค่าปรับใบสั่งจราจร ซึ่งทำให้เจ้าของรถไม่สามารถชำระภาษีประจำปีได้อย่างสมบูรณ์หากยังมีค่าปรับค้างอยู่ ผู้ฟ้องคดีคือนายอำนาจ แก้วประสงค์ ซึ่งร้องเรียนต่อหน่วยงานราชการหลายแห่ง เช่น กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศาลพบว่าประกาศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กำหนดแบบใบสั่งและการกำหนดค่าปรับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เป็นการละเมิดกฎหมายและไม่เป็นธรรมต่อประชาชน
รายละเอียดคดีและคำตัดสินของศาล
ในวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ศาลปกครองกลางได้ตัดสินคดีที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงระหว่างการชำระภาษีรถยนต์และค่าปรับใบสั่งจราจร โดยนายอำนาจ แก้วประสงค์ เป็นผู้ฟ้องคดีต่อหน่วยงานราชการหลายแห่ง รวมถึงกรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศาลพบว่าประกาศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ออกในปี 2563 ทั้งสองฉบับไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากนำประเด็นภาษีรถยนต์และค่าปรับจราจรมาเชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นการละเมิดหลักกฎหมายและสร้างความไม่เป็นธรรมให้แก่ประชาชน ผลของการตัดสินคือ การเพิกถอนประกาศดังกล่าวโดยให้มีผลย้อนหลัง และผู้ถูกฟ้องคดีต้องออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี พ.ศ. 2568 ให้แก่ผู้ฟ้องคดีภายในสามวัน พร้อมชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3,151.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย
จากมุมมองของผู้เขียน คำตัดสินนี้สะท้อนถึงความสำคัญในการเคารพกฎหมายและหลักการความเป็นธรรม ซึ่งจำเป็นต้องนำไปสู่การปฏิรูปกระบวนการบริหารงานราชการ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิของประชาชนในอนาคต นอกจากนี้ ควรพิจารณาแนวทางการเชื่อมโยงระหว่างภาษีรถยนต์และค่าปรับจราจรให้เหมาะสมและเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน
