"‘Pet Humanization’ สัตว์เลี้ยงชราเจ็บป่วยและการช่วยตายดี"

ในยุคที่สถานะสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไป, “Pet Humanization”เป็นคำที่ได้อธิบายทัศนคติต่อสัตว์เลี้ยงที่เปลี่ยนไปของคนยุคนี้. ในไทย, เห็นได้ชัดว่าผลลัพธ์ของ “เลี้ยงสัตว์ทดแทนลูก-เลี้ยงเป็นสมาชิกครอบครัว”มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ.

“ช่วงท้ายชีวิตสัตว์เลี้ยง”

เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ “ถึงวัยชราก็มักจะเจ็บป่วยหนัก”ของสัตว์เลี้ยง, คนเลี้ยงอาจไม่เคยคิดถึงจุดนี้มาก่อน. สิ่งนี้ทำให้หลายคนมีความรู้สึกเหงาและซึมเศร้า. แม้ประชากรวัยทำงานมีแนวโน้มอยู่เป็นโสดหรือแต่งงานแล้วไม่ต้องการมีบุตรเพิ่มขึ้น, แต่สัตว์เลี้ยงยังคงเป็นคำตอบที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกของพวกเขา.หลายคนเลี้ยงสัตว์“เหมือนเป็นลูก”หรืออย่างน้อยมีมุมมอง“เหมือนสมาชิกครอบครัว”. เมื่อสัตว์เลี้ยงอยู่กันมานานเสมือนสมาชิกครอบครัวคนสำคัญ, การเสียชีวิตของมันจะสร้างความเศร้ามาก. ดังนั้น, “เตรียมตัวจากลาสัตว์เลี้ยง”ถูกพูดถึงเพิ่มขึ้น.

“สัตว์เลี้ยงที่อยู่ในวัยชราและปัญหาสุขภาพ”

ในยุคที่สัตว์เลี้ยงเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตมนุษย์มากขึ้น, สัตว์เลี้ยงอาจจะสูงวัยไปพร้อมกับเจ้าของ. แต่ภาวะสูงวัยของสัตว์เลี้ยงก็มาพร้อมความเสื่อมถอยของอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ คล้ายกับมนุษย์ เช่น โรคหัวใจ, โรคไต, โรคตับ, โรคระบบทางเดินอาหาร, โรคกระดูกและข้อ, โรคตา, รวมถึงโรคระบบประสาท. สัตว์เลี้ยงวัยชรา“ก็มีปัญหาสุขภาพ”ไม่ต่างจากคนและ“ก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ตลอดไป”.

“แนวคิดการตายดีของสัตว์เลี้ยง”

ผู้มีสัตว์เลี้ยงเป็นลูกนั้นหลายคนกังวลถึงสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่แก่ชรา. พวกเขากังวลว่าหากตนต้องจากไปก่อน, สัตว์เลี้ยงจะได้รับการดูแลถึงวาระสุดท้ายของชีวิตหรือไม่. ดังนั้น, “แนวคิดการตายดีของสัตว์เลี้ยง”ได้รับการระบุไว้. การดูแลแบบประคับประคองที่เน้นดูแลคุณภาพชีวิตสัตว์ที่ป่วยระยะท้ายไปจนถึงการฆาตสัตว์เลี้ยงให้พ้นทรมานจากโรคที่รักษาไม่ได้เป็นวิธีที่ถูกพิจารณาครับ.สำหรับในประเทศไทย, แนวคิดนี้ได้เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีการจัด workshop ให้ความรู้ถึงการ “ดูแลประคับประคองสัตว์เลี้ยง” เช่นงาน Pet SOULciety ที่จัดโดยชุมชนผู้สนับสนุนแนวคิด Palliative Care for Pets. สพ.ญ.วิลาสินี ภุมรินทร์ สัตวแพทย์ด้านการดูแลประคับประคองได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การดูแลแบบประคับประคองในสัตว์เลี้ยงนั้นมีหลักการคล้ายกับคน ซึ่งในคนก็คือ ดูแลคุณภาพชีวิตทั้งด้านร่างกาย, จิตใจ, สังคมและจิตวิญญาณไปพร้อมกัน.การดูแลสัตว์เลี้ยงแนวทางนี้มี 4 ขั้นตอน คือ 1. สัตว์เลี้ยงต้องได้รับการตรวจและวินิจฉัยโรคขั้นต้นแล้ว 2. เจ้าของเข้าใจภาวะหรือโรคและรับทราบทางเลือกในการดูแลรักษา 3. เจ้าของเข้าใจหลักการและผลจากการดูแลด้วยวิธีนี้ และ 4. สัตว์เลี้ยงและเจ้าของพร้อมจะมีการดูแลแบบประคับประคอง.ทั้งนี้, การเข้าสู่ยุค“Pet Humanization”และ“เลี้ยงสัตว์เป็นสมาชิกครอบครัว”ไม่มีใครอยากให้ถึงขั้นการุณยฆาต. ทีมสกู๊ปเดลินิวส์