ผู้สูงอายุ วัยเกษียณกินอาหารอย่างไร สุขภาพดี สายตาดี เงินช่วยเหลือได้กี่บ.

ผู้สูงอายุ: การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและชีวิตที่มีคุณภาพ

ในปี 2568 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีจำนวนผู้สูงอายุประมาณ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกิน 20% ของประชากรทั้งหมด การเตรียมความพร้อมสำหรับวัยเกษียณจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการเลือกกินอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สายตาดี มีแรงเดินเข้าสังคม และจดจำลูกหลานได้

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีในวัยเกษียณ

การเลือกกินอาหารที่เหมาะสมกับวัย

ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาในการเคี้ยวและการกลืนอาหาร เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ย่อยง่าย มีแคลเซียมสูง และมีรสชาติไม่จัดจนเกินไป จึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้สูงอายุควรกินข้าว-แป้งวันละ 7-9 ทัพพี ผักวันละ 4 ทัพพี ผลไม้วันละ 1-3 ส่วน เนื้อสัตว์วันละ 6-8 ช้อน และดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว โดยเน้นอาหารที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท เช่น เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ นม ตับ เลือด ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเมล็ดแห้ง ผักใบเขียว และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพสายตาที่ดี

ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาเกี่ยวกับสายตา เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ช่วยในการทำงานของจอประสาทตา และชะลอการเกิดโรคดังกล่าว จึงเป็นสิ่งสำคัญ อาหารที่เหมาะสม ได้แก่ ผักผลไม้สีเหลืองส้ม ผักใบเขียว ปลาที่มีกรดไขมันดี ถั่วเมล็ดแห้ง และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

การเลือกกินอาหารเพื่อความแข็งแรงและการเคลื่อนไหว

ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและกระดูก เช่น กล้ามเนื้อลีบ ความแข็งแรงของกระดูกลดลง และเพิ่มความเสี่ยงการพลัดตกหกล้ม ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและชะลอการเสื่อมของกระดูก จึงเป็นสิ่งสำคัญ อาหารที่เหมาะสม ได้แก่ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ นม ปลาเล็กปลาน้อย เต้าหู้ ผักใบเขียวเข้ม และธัญพืชไม่ขัดสี

การเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพจิตที่ดี

ผู้สูงอายุมักประสบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า ซึ่งส่งผลให้การบริโภคอาหารลดลง นำไปสู่ปัญหาภาวะทุพโภชนาการและเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา ดังนั้น การรับประทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัว เพื่อสร้างความอบอุ่นทางจิตใจ และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง การเคลื่อนไหวร่างกาย การฝึกสมอง การเข้าสังคม และการตรวจสุขภาพประจำปี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ

เงินช่วยเหลือผู้สูงอายุ: เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

รัฐบาลได้จัดสรรเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุในรูปของเบี้ยยังชีพ โดยในปี 2567 จะจ่ายแบบขั้นบันได ดังนี้ ผู้สูงอายุอายุ 60-69 ปี รับเบี้ยยังชีพ 600 บาท, ผู้สูงอายุอายุ 70-79 ปี รับ 700 บาท, ผู้สูงอายุอายุ 80-89 ปี รับ 800 บาท, และผู้สูงอายุอายุ 90 ปีขึ้นไป รับ 1,000 บาท โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีในวันที่ 10 ของทุกเดือน