ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีวันลืม: พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ผู้ครองแชมป์โอลิมปิกสองสมัย
พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยรุ่นไม่เกิน 49 กก.หญิง ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่ 2 จากการโค่นแชมป์เก่าจากจีน ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2022 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของนักกีฬาเทควันโดในโอลิมปิกเกมส์ เท่ากับอีก 3 นักกีฬาระดับโลกผู้ครองแชมป์โอลิมปิกสองสมัย ฉลองวันเกิดอย่างยิ่งใหญ่
ประวัติศาสตร์ที่ไม่มีวันลืม
พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งในวันเกิดของตัวเอง โดยการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกสมัยที่ 2 จากการเอาชนะคู่ปรับเก่าจากจีน ในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ 2022 ด้วยคะแนน 2-1 ยก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของนักกีฬาเทควันโดในโอลิมปิกเกมส์ เท่ากับอีก 3 นักกีฬาระดับโลก ได้แก่ ฮาดี ซาอี (อิหร่าน), สตีเว่น โลเปซ (อเมริกา) และฮวาง คยุง ซอง (เกาหลีใต้) ที่ได้เหรียญโอลิมปิก 3 สมัยความสำเร็จที่ไม่มีใครเทียบได้
พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ถือเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย และเป็นคนแรกที่ได้เหรียญรางวัลโอลิมปิก 3 สมัย จาก 2 ทอง 1 ทองแดง โดยได้ทองแดงจากริโอเกมส์ 2016 และทอง 2 สมัยจากโตเกียวเกมส์ 2020 กับปารีส2024 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ไม่มีใครเทียบได้ในวงการกีฬาเทควันโดของประเทศไทยยอดเงินอัดฉีดจากการคว้าเหรียญโอลิมปิก
จากการคว้าเหรียญโอลิมปิก 3 สมัย ซึ่งหากนับเฉพาะภาครัฐ พาณิภัค จะได้เงินรางวัลรวมทั้งหมด 36.48 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินอัดฉีดจากกองทุนกีฬาริโอเกมส์ 4.8 ล้านบาท, โตเกียวเกมส์ 12 ล้านบาท และปารีสเกมส์ 12 ล้านบาท รวมถึงเงินเดือนคณะกรรมการโอลิมปิคตลอด 20 ปี อีก 7.68 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นยอดเงินอัดฉีดที่สูงมากสำหรับนักกีฬาไทยความสำเร็จที่ทำให้ชาวไทยภาคภูมิใจ
พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ถือเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย และเป็นคนแรกที่ได้เหรียญรางวัลโอลิมปิก 3 สมัย จาก 2 ทอง 1 ทองแดง ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และทำให้ชาวไทยทุกคนภาคภูมิใจ นอกจากนี้ ยังเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่ได้รับเงินอัดฉีดจากภาครัฐรวมกว่า 36 ล้านบาท จากการคว้าเหรียญโอลิมปิก 3 สมัย ซึ่งถือเป็นยอดเงินที่สูงมากสำหรับนักกีฬาไทยYou May Like