





เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประเทศไทยได้รับความสนใจจากกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากการประกาศมาตรการคืนเงินสูงสุด 30% สำหรับการลงทุนในโครงการภาพยนตร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศ คณะกรรมการพิจารณาการคืนเงินได้จัดประชุมเพื่อพิจารณาคำขอรับสิทธิประโยชน์จากภาพยนตร์ต่างประเทศ 2 เรื่องแรก ซึ่งคาดว่าจะมีเงินลงทุนรวมกว่า 450 ล้านบาท และเงินคืนประมาณ 123 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาคืนเงินให้กับภาพยนตร์อีก 2 เรื่อง ซึ่งสร้างรายได้กว่า 228 ล้านบาทและงานให้คนไทยกว่า 3,000 ราย
นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ โดยมีผู้เข้าร่วมจากกรมการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเด็นสำคัญในการประชุมคือการพิจารณาการคืนเงินสำหรับภาพยนตร์ต่างประเทศที่มาถ่ายทำในประเทศไทย ตามมาตรการใหม่ที่กำหนดให้มีการคืนเงินสูงสุด 30% ไม่มีเพดานคืนเงินสูงสุดต่อโครงการ
ภาพยนตร์จากเยอรมนีและสหรัฐอเมริกาเป็นสองเรื่องแรกที่ได้รับสิทธิ์นี้ โดยคาดว่าจะมีเงินลงทุนรวมกว่า 450 ล้านบาท และเงินคืนประมาณ 123 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ภาพยนตร์จากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาอีก 2 เรื่อง ก็ได้รับการพิจารณาคืนเงิน 37 ล้านบาท ซึ่งสร้างรายได้กว่า 228 ล้านบาทและงานให้คนไทยกว่า 3,000 ราย
นโยบายนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยและสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล ในปีที่ผ่านมา มีการถ่ายทำภาพยนตร์กว่า 450 เรื่องจาก 40 ประเทศในประเทศไทย สร้างรายได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท การเพิ่มมาตรการคืนเงินสูงสุด 30% จะช่วยดึงดูดนักลงทุนและผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศให้มาถ่ายทำในประเทศไทยมากขึ้น
นโยบายนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศ การปรับปรุงมาตรการคืนเงินสูงสุด 30% แสดงให้เห็นถึงการสร้างแรงจูงใจที่แข็งแกร่งสำหรับนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างงานในระยะยาว
