








การแข่งขันในตลาดยางรถยนต์ระหว่างประเทศมีความซับซ้อนมากขึ้น ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในการส่งออกยางรถยนต์ไปสหรัฐ โดยเฉพาะประเภทยางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพ ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่มีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับมาตรการภาษีตอบโต้จากนโยบายการค้าของสหรัฐ ในปี 2568 คาดว่าปริมาณการส่งออกอาจเพิ่มขึ้นถึง 5% หรือประมาณ 61 ล้านเส้น เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงเหนือกว่าคู่แข่งสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การส่งออกยางรถบรรทุกและรถบัสอาจเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันด้านราคา เนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง เช่น เวียดนามและกัมพูชา ทำให้ราคาสินค้ารวมภาษีของไทยสูงกว่า ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐ สำหรับยางรถยนต์นั่งและรถปิกอัพ ยังคงมีแนวโน้มที่ดีเนื่องจากอัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ต่อไป
สถานการณ์ทางการค้ายังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวอย่างยั่งยืนของภาคเอกชนและภาครัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว การพัฒนาเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมยางรถยนต์ของไทยสามารถรักษาบทบาทผู้นำในตลาดโลกต่อไปได้ พร้อมทั้งสร้างสรรค์โอกาสใหม่ๆ ในการขยายตลาดและเพิ่มมูลค่าให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ
