



จ้าวเสือใหญ่ นักมวยไทยที่สร้างชื่อเสียงในเวทีระดับโลก ONE Championship เป็นตัวอย่างของคนที่เปลี่ยนจากความสนุกในวัยเด็กสู่อาชีพนักมวย มีเป้าหมายในการก้าวขึ้นสู่การเป็นแชมป์และไม่เคยยอมแพ้แม้จะเจอปัญหาใดๆ เขายังคงให้ความสำคัญกับการศึกษาควบคู่ไปกับอาชีพนักมวย โดยเชื่อว่าความรู้จะเป็นฐานสำคัญหลังเลิกชก นอกจากนี้เขายังมีความฝันที่จะเป็นนักแสดงเพื่อใช้ความสามารถของเขาต่อไปในอนาคต
เขาได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตผ่านรายการ DRAFT Story 101 โดยได้รับคำแนะนำจาก รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของมวยไทยในฐานะกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ การฝึกฝนอย่างหนักและการมีเป้าหมายชัดเจนทำให้เขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายคน
การเริ่มต้นจากความสนุกสู่อาชีพนักมวย
จ้าวเสือใหญ่ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นจากการสนุกกับการเล่นมวยในวัยเด็กจนกลายเป็นอาชีพ ซึ่งเป็นผลมาจากความสนใจและความชอบที่สะสมมาตั้งแต่ยังเด็ก พร้อมกับแรงบันดาลใจจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อที่พาเขาดูมวยทุกวันอาทิตย์
การเปลี่ยนแปลงจากแค่ “เล่น” สู่การเป็น “มืออาชีพ” เกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มตระหนักถึงประโยชน์ของการมีรายได้จากการชกมวย เมื่ออายุ 7 ขวบ เขาเริ่มต้นด้วยการชกเพื่อความสนุก แต่เมื่อพบว่าสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้ ก็เริ่มจริงจังและตั้งเป้าหมายที่จะเป็นแชมป์ การฝึกซ้อมอย่างหนักและการเอาชนะอุปสรรค เช่น การลดน้ำหนักในเวลาจำกัด ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นและไม่เคยยอมแพ้
แผนการอนาคตและการพัฒนาตนเอง
นอกจากการเป็นนักมวยที่ประสบความสำเร็จแล้ว จ้าวเสือใหญ่ยังมองไกลไปถึงอนาคตโดยไม่ละทิ้งการศึกษา เขาให้ความสำคัญกับการเรียนควบคู่กับอาชีพ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังเลิกชก และมีความฝันที่จะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง
เขามองว่ามวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นศิลปะวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความเป็นไทย ความพยายามที่จะพัฒนาตนเองในทุกด้าน เช่น การเรียนภาษาเพื่อสื่อสารกับชาวต่างชาติ การวางแผนชีวิตหลังเลิกชก และการเป็นนักแสดง เป็นสิ่งที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของเขา นอกจากนี้ เขายังเน้นย้ำถึงเคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่สำคัญ 3 ประการ คือ เป้าหมาย ความมุ่งมั่น และการไม่ยอมแพ้ ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดที่เขาเชื่อว่าจะนำพาใครก็ตามไปสู่ความสำเร็จ
