ในปีนี้ เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัวลง สิ่งที่เกิดขึ้นกับตลาดอาหารสุนัชและแมวเป็นอย่างมาก ความต่างของอัตราการเติบโตของตลาดอาหารสุนัชและแมวจากช่วงโควิดที่โตประมาณ 7 - 12% ลงเหลือเพียง 3 - 3.5% ซึ่งเป็นผลของการลดเกรดอาหารของเจ้าของพากันและการมีผู้เล่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
สาเหตุของลดโตของตลาดอาหารหมาแมว
ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ เจ้าของพากันลดเกรดอาหารน้องๆ ลง 1 ขั้น เช่นจากที่เคยกินอาหารพรีเมียม ก็อาจเปลี่ยนเป็นอาหารเกรดทั่วไป หรือถ้าเคยกินอาหารเกรดทั่วไป ก็อาจถูกเปลี่ยนยี่ห้อเป็นระดับที่ประหยัดขึ้น สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดอาหารหมาแมวโตช้าลงคือการมีการเปลี่ยนแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงนั้น ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะกำลังจ่ายน้อยลงอย่างเดียว แต่รวมถึงการมีผู้เล่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นและการใช้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อดึงดูดลูกค้าการร่วมมือกับ VPAT ของ Royal Canin
Royal Canin ในฐานะอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปโดยตรง บริษัทจึงหันมาโฟกัสกลุ่มลูกค้าที่เห็นคุณค่าทางโภชนาการ โดยการร่วมมือกับ VPAT เพื่อสานต่อปณิธานในการสร้างโลกที่ดีขึ้นสำหรับหมาแมว ด้วยการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้รอบด้าน และพัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงอย่างยั่งยืนอาหารสัตว์เลี้ยงสูงวัยและ Special Care
ปัจจุบัน ธุรกิจหลายๆ เจ้ายังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับอาหารสัตว์เลี้ยงสูงวัย หรือที่มีอายุ 7 ปีขึ้นไป ซึ่งนับเป็น 15% ของประชากรหมาแมวทั่วประเทศ น้องๆ วัยนี้ ควรได้รับอาหารที่เคี้ยวสะดวก ย่อยและดูดซึมง่าย และถ้ายิ่งมีอายุเกิน 12 ปี ก็ควรจะทานอาหารที่ต่างจากช่วงสูงวัยตอนต้น เพราะทางเดินอาหารอาจเสื่อมลงมาก Royal Canin คาดว่า ปีหน้า เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในตลาดคือ เจ้าของอาจตามหาอาหารที่ตรงกับความต้องการพิเศษ เช่น ดูแลผิวหนังและขน ป้องกันนิ่ว ควบคุมน้ำหนัก หรือดูแลเรื่องก้อนขนของน้องแมว ซึ่งเรียกว่า ‘Special Care’ และยังมีผู้เล่นในตลาดไม่มากนักความสำคัญของความรู้โภชนาการ
ในฐานะผู้ประกอบการ สิ่งที่ต้องปรับตัว คือการเน้นให้ความรู้ เช่น เรื่องปริมาณอาหารที่สอดคล้องกับสัตว์เลี้ยง ความสำคัญของโภชนาการ และวิธีการสังเกตอุจจาระน้องๆ เพื่อเช็กสุขภาพ แน่นอนว่า ความรู้โภชนาการเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับสัตว์เลี้ยงและ Royal Canin จึงมุ่งมั่นในการส่งความรู้ผ่านการร่วมมือกับผู้บริโภคYou May Like