





เมื่อเช้ามืดวันที่ 31 มกราคม เกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุบนถนนพัทยาสายสาม ซึ่งส่งผลให้รถหลายคันที่จอดอยู่ริมทางได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้าที่ถูกชนท้ายจนเสียหาย และยานพาหนะอื่นๆ ที่ถูกกระแทกจนล้มระนาว สาเหตุหลักมาจากผู้ขับขี่รถกระบะที่อยู่ในอาการมึนเมา ซึ่งนำไปสู่การทำลายรถจอดริมทางกว่าสิบคัน สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุและเข้าตรวจสอบทันที
เวลาประมาณตีสาม สภ.เมืองพัทยาได้รับรายงานเรื่องการชนรถที่จอดอยู่ริมถนน ทำให้เกิดความเสียหายหลายคัน เจ้าหน้าที่พบว่ารถเก๋งโตโยต้าวีออสที่ถูกชนท้ายจนเสียหายริมถนนยาวกว่าร้อยเมตร นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่ถูกชนจนล้มลง รถกระบะคันที่เป็นต้นเหตุพบว่าจอดอยู่ห่างออกไปเกือบครึ่งกิโลเมตรเนื่องจากสภาพรถที่เสียหายหนัก ผู้ขับขี่รถกระบะเป็นสาวอายุ 34 ปี มีกลิ่นสุราคละคลุ้งและอยู่ในสภาพมึนเมา ไม่สามารถเล่าเหตุการณ์ได้ชัดเจน
จากการสอบถามผู้ครอบครองรถเก๋งคันแรกที่ถูกชน เขาเล่าว่าขณะที่เขาเดินไปซื้อของ ได้ยินเสียงดังสนั่นที่ท้ายรถ เมื่อวิ่งมาดูพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้ชนท้ายรถของตนเองแล้วก็ชนรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนอีกหลายคันจนล้มคว่ำ ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่ารถกระบะขับมาด้วยความเร็วและพุ่งชนรถจักรยานยนต์จนล้มระนาว แต่ยังไม่ยอมหยุด ทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ขับขี่รถกระบะไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบว่ามีปริมาณสูงกว่า 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จึงถูกส่งดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการขับขี่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์
