หอการค้าไทยและบสย. ร่วมมือแก้ไขปัญหาหนี้สินผู้ประกอบการ SMEs

หอการค้าไทยและบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้จับมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้รถกระบะเป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน มีการยึดรถกว่า 284,000 คัน ซึ่งมูลหนี้รวมประมาณ 100,000 ล้านบาท หรือ 51.4% ของสินเชื่อรถยนต์ทั้งหมด การช่วยเหลือนี้จะเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบแทนการกู้นอกระบบ นอกจากนี้ยังมีโครงการ "สนั่นสิทธิ์" เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและพัฒนาทักษะทางธุรกิจ พร้อมมาตรการใหม่จากบสย. ในปี 2568 ที่ปรับโครงสร้างหนี้ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น

แนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ประสบปัญหาหนี้สิน

การหารือระหว่างหอการค้าไทยและบสย. มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาหนี้สินของผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้รถกระบะเป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน ซึ่งมีจำนวนรถถูกยึดมากถึง 284,000 คัน มูลหนี้รวมประมาณ 100,000 ล้านบาท การช่วยเหลือนี้มุ่งลดการยึดรถและเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบแทนการกู้นอกระบบ

แนวทางการช่วยเหลือมีสองประการสำคัญ ประการแรกคือการให้ความรู้ด้านการเงินแก่ผู้ประกอบการ เช่น การดูงบการเงินและการเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างมั่นคง โดยเริ่มจากโครงการนำร่องแล้วขยายผลไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด ประการที่สองคือการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและหนี้เรื้อรัง โดยช่วยให้ผู้ประกอบการกลายเป็นลูกหนี้ที่ดี และดึงลูกหนี้นอกระบบที่ต้องแบกรับดอกเบี้ยสูงเข้ามาสู่สินเชื่อในระบบ ผ่านการค้ำประกันสินเชื่อของบสย.

โครงการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs และมาตรการใหม่จากบสย.

นอกจากนี้ หอการค้าไทยและบสย. ยังมีโครงการ "สนั่นสิทธิ์" ที่มีเป้าหมายในการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาทักษะทางธุรกิจ และเพิ่มช่องทางการตลาด สมาชิกของโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น การอบรมหลักสูตรธุรกิจ ส่วนลดจากเครือข่ายพันธมิตร และการเข้าถึงการค้ำประกันสินเชื่อจากบสย.

สำหรับปี 2568 บสย. ได้เปิดตัวมาตรการใหม่ "บสย. พร้อมช่วย" หรือ มาตรการ 3 สี ม่วง เหลือง เขียว ที่ปรับเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่บสย. จ่ายค่าประกันชดเชยหรือลูกหนี้บสย. ลดภาระและปลดหนี้อย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าปรับโครงสร้างหนี้ผ่านมาตรการนี้มากกว่า 5,000 ราย มูลหนี้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ LINE OA และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่หรือ Call Center ของบสย.