สรุปผลการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 และความภาคภูมิใจของแต่ละจังหวัด

การแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติครั้งที่ 7 หรือ "ข้าวหลามเกมส์" ได้เสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นที่จังหวัดชลบุรีระหว่างวันที่ 20 - 26 เมษายน พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นเวทีสำหรับนักกีฬาอาวุโสจากทั่วประเทศที่มาประลองฝีมือในหลากหลายประเภทกีฬา การแข่งขันครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพและความแข็งแรงของผู้สูงอายุอีกด้วย ผลการแข่งขันปรากฏว่า กรุงเทพมหานครยังคงครองแชมป์โดยคว้าเหรียญทองมากที่สุด ส่วนเชียงใหม่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งมอบไม้ต่อให้กับจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในปีถัดไป

เมื่อพิจารณาถึงบรรยากาศของการแข่งขัน กีฬาอาวุโสแห่งชาติครั้งนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเร้าใจ ในขณะที่สภาพอากาศทั่วประเทศไทยค่อนข้างร้อนอบอ้าว แต่ฝนก็ตกเป็นระยะๆ ช่วยคลายความร้อนได้บ้าง เชียงใหม่ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแม้ว่าจะใกล้เทศกาลสงกรานต์แล้วก็ตาม

สำหรับผลคะแนนรวมจากการแข่งขัน 5 อันดับแรกแสดงให้เห็นถึงความสามารถของนักกีฬาอาวุโสในระดับประเทศ โดยกรุงเทพมหานครครองตำแหน่งแชมป์ด้วยจำนวนเหรียญทอง 97 เหรียญ รองลงมาคือสระแก้วที่ได้ 53 เหรียญทอง ส่วนเชียงใหม่สามารถคว้าอันดับสามด้วยเหรียญทอง 38 เหรียญ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาสามารถแซงเจ้าภาพอย่างชลบุรีได้สำเร็จ

ในภาคเหนือ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่มีบทบาทสำคัญในการนำพาทีมนักกีฬาอาวุโสเข้าสู่อันดับสามของประเทศ ผู้นำอย่าง "บิ๊กต่าย" มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและสร้างกำลังใจให้กับนักกีฬาเหล่านี้ นอกจากนี้นายสงค์ศักย์ คำดีรุ่งริรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค 5 ยังได้เข้าร่วมให้กำลังใจและมอบรางวัลแก่นักกีฬาในหลายประเภทกีฬา

เชียงรายอีกหนึ่งจังหวัดในภาคเหนือก็ทำผลงานได้น่าพอใจ โดยได้อันดับที่ 18 ของประเทศและที่ 3 ในระดับภาค นักกีฬาอาวุโสจากเชียงรายจำนวน 142 คนได้เข้าร่วมการแข่งขันใน 10 ชนิดกีฬา ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของพวกเขา

นอกจากนี้บาสเกตบอลชายของเชียงใหม่ยังสร้างความตื่นเต้นในรอบชิงชนะเลิศ โดยลุ้นเหรียญทองในสองรุ่น ทั้งรุ่นรีเจ้นท์และมาสเตอร์ ซึ่งนายธนาคม ธัมทะมาลา ประธานฝ่ายกีฬาบาสเกตบอลของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือทีมอย่างเต็มที่

การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประลองความสามารถของนักกีฬาอาวุโสเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีระหว่างผู้คนจากทั่วประเทศ การส่งไม้ต่อให้กับสุราษฎร์ธานีในปีถัดไปยังเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของการส่งเสริมกีฬาอาวุโสในประเทศไทย