สนามกีฬาฟุตบอลแห่งใหม่ในฝันที่กลายเป็นความจริงยาก

ในจังหวัดนราธิวาส สถานที่ซึ่งเคยมีแผนสร้างสนามกีฬาฟุตบอลเพื่อเสริมสร้างกิจกรรมด้านการศึกษาและการกีฬา กลับกลายเป็นเรื่องราวของความล่าช้าและปัญหาหลายประการ สภาพปัจจุบันของโครงการแสดงให้เห็นถึงความเสียหายจากการขาดการบริหารจัดการที่ดี โดยสนามกีฬานี้ถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลาเกือบ 13 ปี และยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ การตรวจสอบพบว่าโครงสร้างพื้นฐานที่เหลืออยู่ได้รับความเสียหายจากสนิมและสภาพแวดล้อม อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินที่ไม่โปร่งใสในอดีต

การสำรวจรายละเอียดของโครงการสนามกีฬาฟุตบอลที่ล้มเหลว

ในฤดูฝนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังศูนย์ราชการในตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส เพื่อตรวจสอบสนามกีฬาฟุตบอลที่ถูกทิ้งร้างมาหลายปี หลังจากโครงการเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2555 ด้วยงบประมาณกว่า 177 ล้านบาท แต่ไม่สามารถดำเนินการจนแล้วเสร็จได้ เหตุผลสำคัญคือความล้มเหลวในการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกรมทางหลวง

จากการตรวจสอบพบว่าโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ที่นั่งอัฒจันทร์และลู่วิ่งยางสังเคราะห์ มีสภาพเสียหายอย่างมาก ซึ่งอาจเกิดจากการถมดินที่ไม่แน่นหนาและไม่เหมาะสมสำหรับพื้นที่พรุ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีการเบิกจ่ายเงินจำนวนมหาศาลในอดีตโดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสของการบริหารจัดการโครงการ

ในปี พ.ศ. 2566 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เข้าตรวจสอบโครงการนี้หลายครั้งและพบว่ามีการเบิกจ่ายเงินค่าแรงลูกจ้างชั่วคราวในจำนวนที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง อีกทั้งยังมีการถมทรายและดินเกินความจำเป็น จนต้องเรียกเงินคืนจากกรมทางหลวงจำนวน 49 ล้านบาท

บทเรียนและความคิดเห็นในฐานะผู้สังเกตการณ์

โครงการสนามกีฬาฟุตบอลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการบริหารจัดการที่ดีในโครงการขนาดใหญ่ หากไม่มีการตรวจสอบและควบคุมอย่างใกล้ชิด อาจนำไปสู่ความล้มเหลวและผลกระทบระยะยาวต่อชุมชน การละเลยโครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำลายโอกาสในการพัฒนาเยาวชนในด้านกีฬาเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบราชการ

เราควรเรียนรู้จากกรณีนี้เพื่อปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ ในอนาคต ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประชาชนจะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด