



ในช่วงวันที่ 27-28 ธันวาคม 2568 ประเทศไทยได้ประสบกับอุบัติเหตุทางถนนรวม 592 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 575 คน และเสียชีวิต 93 ราย โดยสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุคือการขับรถเร็วเกินกำหนด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น การมองเห็นไม่ชัดเจนและการตัดหน้ากระชั้นชิด การใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรงและถนนกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำมาตรการตรวจสอบความพร้อมของคนขับรถและยานพาหนะ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
รายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่
ในช่วงเช้าวันที่ 29 ธันวาคม ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ นายชาครีย์ บำรุงวงศ์ ในฐานะผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานของศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่าในวันที่ 28 ธันวาคม มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 269 ครั้ง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 257 คน และเสียชีวิต 38 ราย
สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุมีหลายประการ อาทิ การขับรถเร็วเกินกำหนด (38.29%) การมองเห็นไม่ชัดเจน (21.56%) และการตัดหน้ากระชั้นชิด (19.33%) ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือรถจักรยานยนต์ (85.40%) ซึ่งส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง (86.25%) และถนนกรมทางหลวง (44.98%) ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือระหว่าง 18.01-19.00 น.
จังหวัดที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงสุดคือพระนครศรีอยุธยา (27 ครั้ง) และเชียงราย (13 ครั้ง) ขณะที่จังหวัดพังงาและหนองบัวลำภูมีผู้เสียชีวิตสูงสุด (จังหวัดละ 3 ราย) อย่างไรก็ตาม มี 51 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงนี้
นายชาครีย์ยังเน้นย้ำว่า ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงที่หมายแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่กำลังเดินทาง ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงสูงจากการขับรถเร็วเกินกำหนด ดังนั้น ศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนจึงได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบความพร้อมของคนขับรถและยานพาหนะ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง
จากมุมมองของผู้เขียน รายงานนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ที่มีปริมาณการเดินทางเพิ่มขึ้น การตรวจสอบสภาพรถและพฤติกรรมการขับขี่อย่างเคร่งครัดจะช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้ ควรเน้นย้ำการใช้เทคโนโลยีในการติดตามและตรวจสอบความเร็วของยานพาหนะ เพื่อสร้างมาตรฐานการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
