




ในปี พ.ศ. 2568 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ประกาศเป้าหมายการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าผลิตรถยนต์จำนวน 1,500,000 คัน และรถจักรยานยนต์จำนวน 2,100,000 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์นี้พิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น อัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน และภาวะเศรษฐกิจโลก
รายละเอียดการผลิตและการขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปี 2568
ในช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านสู่ปีใหม่ ส.อ.ท. ได้กำหนดแผนการผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์สำหรับปี พ.ศ. 2568 ไว้อย่างชัดเจน สำหรับรถยนต์ ตั้งเป้าผลิตรวม 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.11 จากปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 1,000,000 คัน และจำหน่ายภายในประเทศ 500,000 คัน ขณะเดียวกัน รถจักรยานยนต์ตั้งเป้าผลิตรวม 2,100,000 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.28 ซึ่งแบ่งเป็นการส่งออก 400,000 คัน และจำหน่ายภายในประเทศ 1,700,000 คัน
นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังประเมินว่าปัจจัยบวกที่จะสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายในประเทศรวมถึงโครงการรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ที่จะช่วยกระตุ้นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ เศรษฐกิจที่ขยายตัว การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ จะช่วยเสริมกำลังซื้อของประชาชน ในทางตรงกันข้าม ปัจจัยลบ เช่น ความเข้มงวดในการปล่อยคาร์บอนและภาวะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการผลิตในอนาคต
สำหรับยอดขายรถยนต์ในปี พ.ศ. 2567 อยู่ที่ 572,675 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากมาตรการควบคุมการปล่อยคาร์บอนในยุโรปและคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นในตลาด
บทวิเคราะห์และมุมมอง
จากเป้าหมายการผลิตที่ตั้งไว้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวรับมือกับนโยบายภาษีนำเข้า การแข่งขันในตลาด และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี อาทิเช่น การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า การตั้งเป้าหมายเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความหวังในการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ
