ศาลปกครองตัดสินคดีภาษีรถยนต์: การละเลยหน้าที่และการชดเชยความเสียหาย

ศาลปกครองกลางได้เผยแพร่คำพิพากษาที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดีย กรณีผู้ใช้รถรายหนึ่งฟ้องกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากไม่ออกป้ายภาษีให้เนื่องจากค้างชำระค่าปรับจราจร ซึ่งทำให้เจ้าของรถต้องเสียสิทธิ์ในการใช้รถตามกฎหมาย ศาลพิจารณาแล้วว่าเป็นการละเลยหน้าที่และสั่งให้กรมการขนส่งทางบกชดเชยเงินจำนวนหนึ่ง

การละเลยหน้าที่ตามระเบียบราชการ

ศาลปกครองได้ตัดสินว่าการปฏิเสธออกป้ายภาษีวงกลมให้แก่ผู้ใช้รถที่ค้างชำระค่าปรับจราจรเป็นการละเลยหน้าที่ของฝ่ายทะเบียน แม้จะมีใบเสร็จชำระเงินแทนเครื่องหมายภาษีชั่วคราว แต่ก็ทำให้เจ้าของรถสูญเสียสิทธิ์ในการใช้รถโดยชอบด้วยกฎหมาย

ศาลเห็นว่าการดำเนินงานของกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องไม่ขัดแย้งกับกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ.2562 และพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการที่ชัดเจน ดังนั้น การปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงระหว่างสองหน่วยงานจึงไม่สามารถใช้เป็นเหตุผลในการละเลยหน้าที่ได้ คำตัดสินนี้ยืนยันว่าหน่วยงานราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การชดเชยความเสียหายจากการละเมิดสิทธิ์

ศาลปกครองได้สั่งให้กรมการขนส่งทางบกชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้ใช้รถที่ได้รับผลกระทบจากการไม่ออกป้ายภาษี โดยคำนวณจากระยะเวลาที่สูญเสียสิทธิ์ในการใช้รถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ศาลพิจารณาแล้วว่าผู้ใช้รถต้องเสียสิทธิ์ในการใช้รถเป็นเวลา 11 เดือน ซึ่งเท่ากับการต้องชำระภาษีเพิ่มเติมจำนวน 3,438 บาท ดังนั้น กรมการขนส่งทางบกต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 3,151.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี นอกจากนี้ ศาลยังสั่งให้ฝ่ายทะเบียนออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2568 ภายใน 30 วัน เพื่อรักษาสิทธิ์ของผู้ใช้รถให้ครบถ้วน