วอลโว่เดินหน้าสร้างโรงงานผลิตรถบรรทุกในเม็กซิโก แม้จะมีการขู่เก็บภาษีนำเข้าจากทรัมป์

บริษัทวอลโว่ กรุ๊ป ผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังจากสวีเดน ประกาศแผนการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ในประเทศเม็กซิโก มูลค่ากว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเป้าหมายในการขยายตลาดอเมริกาเหนือ แม้ว่าจะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางนโยบายภาษีจากฝ่ายประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ โครงการนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2569 และจะส่งมอบรถบรรทุกไปยังสหรัฐฯ เม็กซิโก แคนาดา และลาตินอเมริกา

รายละเอียดโครงการและการตอบสนองต่อความไม่แน่นอนทางนโยบาย

ในช่วงฤดูหนาวของปี 2025 ณ เมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก วอลโว่ได้ประกาศแผนการสร้างโรงงานผลิตรถบรรทุกหนักขนาดใหญ่ ซึ่งจะใช้งบประมาณราว 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยมาร์ติน ลุนด์สเต็ดต์ ซีอีโอของวอลโว่ กรุ๊ป เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ในงาน CES 2025 ที่ลาสเวกัส ว่า แม้จะมีคำขู่เก็บภาษีจากทรัมป์ แต่วอลโว่ยังคงเดินหน้าตามแผนการ

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวว่าหลังจากการสาบานตนในวันที่ 20 มกราคม เขาจะลงนามเอกสารเพื่อเริ่มเก็บภาษีนำเข้า 25% จากเม็กซิโกและแคนาดา หากสองประเทศนี้ไม่สามารถควบคุมการอพยพผิดกฎหมายและการลักลอบนำเข้าเฟนทานิลได้ อย่างไรก็ตาม ลุนด์สเต็ดต์ยืนยันว่าโครงการในเม็กซิโกยังคงดำเนินการต่อไปและไม่ได้เป็นการทดแทนโรงงานในสหรัฐฯ

ปัจจุบัน วอลโว่มีโรงงานในสหรัฐฯ ที่ผลิตรถบรรทุกทั้งหมด 100% ที่ขายในสหรัฐฯ และบริษัทกำลังลงทุนในโรงงานที่เวอร์จิเนีย แมริแลนด์ และเพนซิลเวเนีย เพื่อขยายกำลังการผลิต นอกจากนี้ การประกาศนโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์ยังส่งผลกระทบต่อหลายบริษัทรถยนต์ เช่น BMW, Toyota และ General Motors ที่ลงทุนในเม็กซิโก

จากมุมมองของผู้สื่อข่าว การตัดสินใจของวอลโว่ที่จะลงทุนในเม็กซิโกสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อนโยบายทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ก็เป็นการย้ำเตือนถึงความสำคัญของการวางแผนระยะยาวในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีความซับซ้อนและไม่แน่นอน