นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้มีการพิจารณาเรื่องจากกระทรวงการคลัง ซึ่งเสนอเพื่อให้การช่วยเหลือและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ. มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินรวมถึงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการ SMEs โดยมีหลายประเภทและเงื่อนไข.
แหล่งเงินและรูปแบบการช่วยเหลือ
เงินนำส่งเข้า FIDF ของ ธ.พาณิชย์
ได้รับการละเว้นจากการปรับลดอัตรานำส่งเงินฯ จำนวน 39,000 ลบ. ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งเงินที่ใช้ในการช่วยเหลือ. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของ Non – banks โดยขยายการให้ความช่วยเหลือให้ครอบคลุมไปยังลูกหนี้ของ Non – banks เนื่องจากกลุ่มนี้มีความเปราะบางและมีหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยสูง.เงินงบฯตาม ม.28 เพื่อชดเชยให้ SFIs 6 แห่ง
จำนวนวน 38,920 ลบ. ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งเงินที่ใช้ในการช่วยเหลือ. มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติมของ SFIs มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับลูกหนี้กลุ่มเปราะบางอื่น ๆ เช่นเกษตรกร ผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอยซึ่งจะไม่ซ้ำซ้อนกับกลุ่มลูกหนี้.รูปแบบการให้ความช่วยเหลือและเงื่อนไขสำหรับลูกหนี้
เช่น ลดดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป, ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ผ่านการพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ยกับลูกหนี้ในระหว่างพักชำระหนี้, ลูกหนี้ที่ขอสินเชื่อใหม่ ผ่านการรให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ. แหล่งเงินให้ SFIs ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ธ.ออมสิน ธ.ก.ส. ธ.อาคารสงเคราะห์ ธ.อิสลามใช้จ่ายจากเงินที่ได้จากการปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนำระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIF).ยกระดับข้อมูลหนี้สินครัวเรือน
ดำเนินการควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของครัวเรือน โดยมีแนวทางเช่นปรับปรุงและเพิ่มเติมการจัดทำฐานข้อมูลภาวะหนี้นอกระบบของครัวเรือน เพื่อให้มีข้อมูลสถานะภาระหนี้สินที่แท้จริง. ส่งเสริมให้แรงงานยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน ดูแลให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจรายใหญ่ได้รับความเป็นธรรม.โดยที่ประชุมเห็นชอบ อนุมัติ และรับทราบตามที่ ก.คลัง เสนอ และให้รับความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการ.You May Like