
ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ออกอากาศโดยสถานีโทรทัศน์กลางเกาหลี (KCTV) เรื่อง "72 ชั่วโมง" นำเสนอเรื่องราวของสงครามเกาหลีในช่วงสามวันแรก โดยเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย ภาพยนตร์ดังกล่าวมุ่งหวังที่จะกระตุ้นความรู้สึกไม่เป็นมิตรต่อสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ผ่านการแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนบ้านในการตอบโต้ความขัดแย้งที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝ่ายตรงข้าม
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวกว่า 5 ชั่วโมง แบ่งออกเป็นสองภาค และออกอากาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ภาพยนตร์ดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามของเกาหลีเหนือในการผลักดันการรวมชาติอย่างสันติก่อนสงคราม แต่ในปัจจุบันคิม จองอึนได้ประกาศละทิ้งเป้าหมายนี้ และเน้นย้ำถึงความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียในสงครามยูเครน
ความสัมพันธ์ทางทหารและการโฆษณาชวนเชื่อ
ภาพยนตร์เรื่อง "72 ชั่วโมง" นำเสนอเรื่องราวของสงครามเกาหลีในช่วงสามวันแรก โดยเน้นย้ำถึงความร่วมมือทางทหารระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย ภาพยนตร์ดังกล่าวมุ่งหวังที่จะสร้างภาพลักษณ์ของความแข็งแกร่งและความสามารถในการตอบโต้ความขัดแย้งที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝ่ายตรงข้าม
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยาวกว่า 5 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ออกอากาศในรอบเกือบหนึ่งปี ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง "One Day and One Night" ที่ออกอากาศในวันปีใหม่ 2024 การออกอากาศของภาพยนตร์เรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นความรู้สึกไม่เป็นมิตรต่อสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ผ่านการแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนบ้านในการตอบโต้ความขัดแย้งที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย โดยมีฉากที่แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนทางทหารและการช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
ความพยายามในการรวมชาติและการเปลี่ยนแปลงนโยบาย
ภาพยนตร์เรื่อง "72 ชั่วโมง" ยังกล่าวถึงความพยายามของเกาหลีเหนือในการผลักดันการรวมชาติอย่างสันติก่อนสงคราม โดยระบุว่าเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ปฏิเสธท่าทีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันคิม จองอึนได้ประกาศละทิ้งเป้าหมายการรวมชาติ และเน้นย้ำถึงความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียในสงครามยูเครน
ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเน้นย้ำถึงความพยายามของเกาหลีเหนือในการรวมชาติอย่างสันติก่อนสงคราม โดยระบุว่าเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ปฏิเสธท่าทีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันคิม จองอึนได้ประกาศละทิ้งเป้าหมายการรวมชาติ และเน้นย้ำถึงความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียในสงครามยูเครน ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายของเกาหลีเหนือจากการผลักดันการรวมชาติอย่างสันติมาเป็นการเน้นย้ำถึงความร่วมมือทางทหารกับรัสเซีย นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องประเทศจากการแทรกแซงของประเทศต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายของคิม จองอึนในการสร้างความมั่นคงภายในประเทศ
