





เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2024, ภาพยนตร์แอ็คชันและดราม่าเรื่อง "ปีนเกลียว" ได้จัดงานแถลงข่าวรอบ First Screening เพื่อเฉิดฉันคิวบู๊ซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก. ภาพยนตร์นี้เป็นผลงานของอาจารย์พันนา ฤทธิไกร ผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์บู๊ไทยให้กลายเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ. ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยนักแสดงหน้าใหม่และผู้กำกับไฟแรง และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย.
บรรยากาศภายในงานแถลงข่าว
ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2567 ณ Major Cineplex Sukhumvit ได้มีการจัดงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการสำหรับภาพยนตร์ “ปีนเกลียว” ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนวแอ็คชันและดราม่าที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของอาจารย์พันนา ฤทธิไกร ผู้บุกเบิกวงการภาพยนตร์บู๊ไทย. การผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกนำมาสร้างใหม่ให้เร้าใจกว่าเดิม โดยบริษัท Hollywood (Thailand) ร่วมกับค่าย Peripheral Pictures.
ในการแถลงข่าวครั้งนี้ มีนักแสดงนำอย่าง ตรี-ธิฐิธรรม แสงมณี, เมษา-พลอยปภัส คุณพรหม, เบิร์น-นฤพนธิ์ ฉิมพลีนภานนท์ และผู้กำกับอาเธอร์ บุญ เบญจกุล รวมถึงผู้บริหารจากบริษัท Hollywood (Thailand) และทีมสตันท์พันนา มาพูดคุยกับสื่อมวลชน. นอกจากนี้ยังมีแขกคนสำคัญอย่างนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนางสาวจริมา ทองสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองภาพยนตร์และวีดิทัศน์ มาร่วมงานด้วย.
ผู้กำกับอาเธอร์ บุญ เบญจกุล ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการหยิบบทประพันธ์เรื่องปีนเกลียวมาทำใหม่ เขาเน้นย้ำถึงการสอดแทรกวัฒนธรรมไทยเข้าไปในภาพยนตร์ เช่น ดนตรีไทยและศิลปะแม่ไม้มวยไทย. ผู้กำกับยังระบุว่าการเลือกนักแสดงได้คำนึงถึงความเหมาะสมและความเป็นตัวตนของแต่ละคน เพื่อให้การแสดงออกมาสมจริงที่สุด.
ตอง-กฤษณะ ลาดพันนา จากทีมสตันท์พันนา กล่าวถึงความตื่นเต้นในการนำภาพยนตร์บู๊ไทยกลับมาทำใหม่ในเวอร์ชั่นที่แตกต่างออกไป ขณะที่ เมษา-พลอยปภัส คุณพรหม ยอมรับว่าการทำงานในภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เธอได้เรียนรู้และทำงานร่วมกับทีมงานอย่างเท่าเทียม.
การกลับมาของภาพยนตร์บู๊ไทย
ภาพยนตร์เรื่อง "ปีนเกลียว" ไม่เพียงแค่เป็นการนำภาพยนตร์คลาสสิกกลับมาสร้างใหม่ แต่ยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก. การสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมทำให้ภาพยนตร์ไทยสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากการตลาดหรือปัจจัยอื่น ๆ. ภาพยนตร์เรื่องนี้หวังว่าจะทำให้วงการหนังแอ็คชันไทยกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พร้อมนำเสนอวัฒนธรรมไทยในแบบที่ผสมผสานระหว่างอดีตและปัจจุบัน.
