





ภาพยนตร์ชีวประวัติของนักร้องชื่อดังอย่างไมเคิล แจ็กสัน กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญหลังจากพบปัญหาทางกฎหมายที่ห้ามนำเหตุการณ์บางส่วนในอดีตมาเล่าในภาพยนตร์ ซึ่งทำให้ทีมสร้างต้องปรับเปลี่ยนเนื้อหาและถ่ายทำใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงทางกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวจอร์แดน แชนเลอร์ ที่มีข้อกำหนดไม่ให้นำไปใช้ในการผลิตภาพยนตร์ นอกจากนี้ ภาพยนตร์ที่เดิมมีกำหนดฉายในเดือนเมษายน 2025 ได้ถูกเลื่อนออกไปเป็นเดือนตุลาคม 2025 ทำให้ทีมสร้างต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาคุณภาพและความน่าสนใจของภาพยนตร์
ภาพยนตร์ชีวประวัติไมเคิล แจ็กสัน ในจุดเปลี่ยนสำคัญ
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ภาพยนตร์ชีวประวัติของไมเคิล แจ็กสัน กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก หลังจากที่ทีมสร้างพบปัญหาทางกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อเนื้อหาของภาพยนตร์ อองตวน ฟูกัว ผู้กำกับ และจาฟาร์ แจ็กสัน ผู้รับบทเป็นไมเคิล ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เนื่องจากภาพยนตร์มีการอ้างถึงเหตุการณ์ที่ถูกห้ามตามข้อตกลงทางกฎหมายในปี 1993 ระหว่างครอบครัวของจอร์แดน แชนเลอร์ และกองมรดกของไมเคิล แจ็กสัน ทำให้ทีมสร้างต้องเขียนบทและถ่ายทำใหม่ แม้ว่าการถ่ายทำหลักจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
แหล่งข่าวใกล้ชิดการผลิตเผยว่า การถ่ายทำยังคงดำเนินต่อไป และจะเริ่มถ่ายซ่อมในเดือนมีนาคม แต่ปัญหานี้ทำให้ต้นทุนการผลิตที่สูงถึง 150 ล้านดอลลาร์ต้องเพิ่มขึ้น รวมถึงทำให้วิธีการเล่าเรื่องถูกจับตามองอย่างหนัก โปรดิวเซอร์ แกรห์ม คิง มุ่งมั่นที่จะเล่าเรื่องของไมเคิล อย่างเป็นกลาง โดยหวังว่าจะนำเสนอชีวิตของเขาให้ผู้ชมได้ตัดสินใจเองหลังชมภาพยนตร์
ทีมมรดกของไมเคิล ยืนยันว่าจะสนับสนุนการปรับเปลี่ยนบทและถ่ายทำเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังคงถูกจับตามองจากสาธารณชน โดยเฉพาะจากผู้กำกับสารคดี Leaving Neverland ที่วิจารณ์ว่า การเล่าเรื่องของไมเคิลอาจลดทอนประสบการณ์ของผู้ที่ถูกล่วงละเมิด
สำหรับผู้ที่ติดตามภาพยนตร์เรื่องนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เราตระหนักถึงความซับซ้อนในการเล่าเรื่องของคนดัง โดยเฉพาะเมื่อมีประเด็นทางกฎหมายและการปกป้องสิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแค่เป็นการเฉลิมฉลองชีวิตของไมเคิล แต่ยังเป็นการสำรวจความจริงและความซับซ้อนของชีวิตเขาอย่างรอบคอบ
