ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยตั้งเป้าผลิตรถยนต์ 1.5 ล้านคันในปี 2568

รายงานจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยว่า การผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในปี 2567 มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะยอดส่งออกที่ปรับตัวลดลง 8.8% ส่วนยอดขายภายในประเทศก็เผชิญความท้าทายจากการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ในปี 2568 ภาคอุตสาหกรรมตั้งเป้าผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 2.11% เป็น 1.5 ล้านคัน พร้อมคาดว่าจะส่งออกรถยนต์จำนวน 1 ล้านคัน และจำหน่ายในประเทศ 500,000 คัน นอกจากนี้ยังมีการตั้งเป้าผลิตรถจักรยานยนต์ 2.1 ล้านคัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีที่แล้ว

ภาพรวมของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2567 และเป้าหมายสำหรับปี 2568

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยได้เผชิญกับความท้าทายอย่างมาก ตามรายงานจากนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พบว่า ในปี 2567 การผลิตรถยนต์โดยรวมลดลง 9.47% ส่วนยอดส่งออกลดลง 8.8% ขณะเดียวกันยอดขายรถยนต์ในประเทศลดลง 26.18%

สำหรับปี 2568 ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ตั้งเป้าผลิตรถยนต์ 1.5 ล้านคัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.11% จากปีที่แล้ว โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 1 ล้านคัน และการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 500,000 คัน ด้านรถจักรยานยนต์ มีเป้าหมายผลิต 2.1 ล้านคัน แบ่งเป็นการส่งออก 400,000 คัน และจำหน่ายในประเทศ 1.7 ล้านคัน

อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังต้องเผชิญกับหลายปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบ เช่น มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อการส่งออก การแข่งขันจากประเทศคู่ค้า และมาตรการควบคุมการปล่อยแก๊สคาร์บอนของประเทศคู่ค้า แต่ก็มีปัจจัยบวกเช่น การลงทุนในโครงการยานยนต์ไฟฟ้าและการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

จากมุมมองของผู้สื่อข่าว การตั้งเป้าหมายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาคอุตสาหกรรมในการฟื้นฟูและเติบโตหลังจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่แผนการนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว