




ผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถรายหนึ่งได้ร้องเรียนต่อสื่อสารมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งทำให้ครอบครัวของเขาเสียหายทางจิตใจและมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย ลูกค้าคนหนึ่งนำรถยนต์มาซ่อมแต่ไม่ชำระค่าบริการ และกลับมาทวงคืนยานพาหนะพร้อมชายที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงมีพฤติกรรมคุกคามด้วยการเข้าไปในทรัพย์สินส่วนบุคคล ซึ่งทำให้ครอบครัวของผู้ประกอบการรู้สึกหวั่นไหวและไม่มั่นคงในความปลอดภัย
ปัญหาการชำระค่าบริการและการทวงถามยานพาหนะ
นายตยุสฐ์ชนา วณิชเศรษฐี เจ้าของอู่ซ่อมรถ ได้เผชิญกับปัญหากับลูกค้าคนหนึ่งที่นำรถยนต์มาซ่อมแต่ไม่ชำระค่าใช้จ่าย แม้ว่าจะมีการขอชำระบางส่วนล่วงหน้าแล้ว แต่ลูกค้ายังคงเลื่อนเวลาชำระเงินออกไป ส่งผลให้การดำเนินงานของอู่ซ่อมรถหยุดชะงักและเกิดความไม่สบายใจ
จากนั้น ลูกค้าได้โทรศัพท์ติดต่อลูกเขยของนายตยุสฐ์ชนา เพื่อขอให้นำรถไปซ่อม โดยระบุว่าจะโอนเงินค่าซ่อมภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่เมื่อลูกเขยเดินทางไปหลายครั้งเพื่อรับเงินกลับไม่ได้รับใดๆ แทนที่จะได้รับเงิน ลูกค้ายังขอให้ซื้ออาหารให้ด้วย ทำให้ลูกเขยเสียเวลาในการทำงาน นายตยุสฐ์ชนาจึงตัดสินใจไม่ให้ลูกเขยไปพบลูกค้าอีก และแจ้งว่าหากต้องการรับคืนยานพาหนะ จะต้องเตรียมเอกสารและไปที่สถานีตำรวจ
เหตุการณ์คุกคามและความไม่ปลอดภัยที่บ้านลูกสาว
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นเมื่อชายสองคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาที่บ้านของลูกสาวของนายตยุสฐ์ชนา ระหว่างที่เขาไม่อยู่ เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2568 ซึ่งทำให้ครอบครัวรู้สึกไม่ปลอดภัยและหวั่นไหว ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่ามีการรื้อค้นเอกสารในตู้จดหมายหน้าบ้าน ซึ่งทำให้ครอบครัวรู้สึกว่าถูกคุกคาม
นอกจากนี้ มีรายงานจากเพื่อนบ้านว่า ชายทั้งสองคนได้สอบถามเกี่ยวกับนายตยุสฐ์ชนาและรถยนต์ที่อยู่ในอู่ซ่อมรถ ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับครอบครัว ลูกสาวของนายตยุสฐ์ชนาได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการบุกรุกครั้งนี้ และครอบครัวได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจบางบัวทอง เพื่อขอความช่วยเหลือและปกป้องความปลอดภัยของตนเอง การกระทำดังกล่าวทำให้นายตยุสฐ์ชนาต้องออกมาเปิดเผยเรื่องราวผ่านสื่อสารมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรมและป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
