
ในเช้าวันที่ 21 มกราคม 2568 ตลาดหุ้นของบริษัทผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นและผู้ผลิตแบตเตอรี่จากเกาหลีใต้ได้รับผลกระทบจากการประกาศนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึงการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก และยกเลิกนโยบายส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เคยกำหนดไว้โดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน การเปลี่ยนแปลงนโยบายเหล่านี้ทำให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงจากคู่แข่งชาวจีน
รายละเอียดสถานการณ์และการตอบสนองของบริษัท
ในวันที่ 21 มกราคม 2568 หลังจากการสาบานตนเป็นประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ได้ประกาศแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดาในอัตรา 25% ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ นโยบายนี้ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ที่มีฐานการผลิตและส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก
หุ้นของบริษัทผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เช่น นิสสัน มอเตอร์ ปรับตัวลง 0.3% ในขณะที่ฮอนด้า มอเตอร์ ส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูงถึง 80% ของยอดการผลิตในเม็กซิโก ทำให้ฮอนด้าอาจต้องพิจารณาการย้ายฐานการผลิตหากมาตรการภาษีใหม่ถูกใช้จริง ส่วนบริษัทผลิตแบตเตอรี่ของเกาหลีใต้ เช่น แอลจี เอนเนอร์จี โซลูชัน ปรับตัวลง 5% ขณะที่ซัมซุง เอสดีไอ และเอสเค อินโนเวชัน ต่างก็ปรับตัวลงกว่า 4%
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเพิกถอนคำสั่งบริหารปี 2564 ที่กำหนดให้รถยนต์ใหม่ 50% ต้องเป็น EV ภายในปี 2573 และกำลังวางแผนทบทวนกฎเกณฑ์ที่กำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า นโยบายนี้ส่งผลกระทบต่อแผนการพัฒนาเทคโนโลยี EV ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่
การเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและความมั่นคงของตลาดรถยนต์และแบตเตอรี่ในระยะยาว บริษัทผู้ผลิตจะต้องปรับตัวและวางแผนเพื่อรองรับนโยบายนี้อย่างรวดเร็ว
บทสรุปและมุมมองจากผู้รายงานข่าว
นโยบายนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อหุ้นบริษัทรถยนต์และแบตเตอรี่เท่านั้น แต่ยังส่งสัญญาณถึงความไม่แน่นอนทางนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและการขยายฐานการผลิตในอนาคต สำหรับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และแบตเตอรี่ การปรับตัวให้ทันกับนโยบายนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
