ธุรกิจรถยนต์ไทยในยุคการเปลี่ยนแปลง: ท้าทายและโอกาสใหม่

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ภาคธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ในประเทศไทยเผชิญกับความยากลำบากอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน การเติบโตของยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (xEV) กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

อนาคตของธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์: เตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

แนวโน้มยอดขายรถยนต์ในปี 2568

คาดว่าในปี 2568 ยอดขายรถยนต์ในประเทศจะลดลงราว 5.4% เหลือประมาณ 530,000 คัน ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของธุรกิจดีลเลอร์ที่คาดว่าจะหดตัวราว 4.9% ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการรักษาความมั่นคงทางการเงินของธุรกิจนี้ ทั้งนี้ กลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยอาจหดตัวถึง 6.8% ส่วนกลุ่มรถยนต์นั่งคาดว่าจะหดตัวราว 4.4%

การปรับตัวของธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์

ด้วยภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน ธุรกิจดีลเลอร์จำเป็นต้องหาวิธีเพิ่มรายได้จากหลากหลายแหล่ง เช่น การขยายบริการซ่อมบำรุง การเข้าสู่ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค การปรับตัวเหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยลดผลกระทบจากการขายรถยนต์ที่ลดลงเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างศักยภาพในการแข่งขันระยะยาว

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

การเปลี่ยนแปลงสู่ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (xEV) เป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ แม้ว่ายอดขายรถยนต์น้ำมัน (ICE) จะลดลง แต่กลุ่มรถยนต์ xEV กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ซึ่งส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์ xEV เพิ่มขึ้นถึง 73% ของยอดขายรวม ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้าสมบูรณ์ (BEV) แม้จะเติบโตในอัตราที่น้อยกว่า แต่ยังคงเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์หรูที่คาดว่าจะเติบโต 3.8%

ความเสี่ยงและความท้าทายในการแข่งขัน

การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากค่ายรถยนต์ใหม่ที่ลงทุนในประเทศและรถยนต์นำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่มี FTA ส่งผลให้ตลาดมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรของดีลเลอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่มี Market Share ต่ำ ทั้งนี้ การปรับตัวอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในระยะยาว

ผลกระทบต่อรายได้จากการซ่อมบำรุง

แม้การหาทางเพิ่มรายได้จากการซ่อมบำรุงจะเป็นแนวทางแรกที่ดีลเลอร์เร่งปรับตัวทำ แต่ก็คาดว่าผลที่ได้อาจไม่มากอย่างที่หวัง เนื่องจากจำนวนรถอายุไม่เกิน 10 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของดีลเลอร์รถยนต์คาดว่าจะหดตัวราว 4.2% เหลือประมาณ 8.89 ล้านคัน ดังนั้น การปรับตัวในการหาแหล่งรายได้ใหม่จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง