ธุรกิจรถยนต์ไทยในปี 2568: ความท้าทายและโอกาสใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินแนวโน้มรายได้ของธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ในปี 2568 โดยคาดการณ์ว่ารายได้จะหดตัวลง 4.9% เนื่องจากยอดขายและการซ่อมบำรุงลดลง ประกอบกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง

ปรับตัวเพื่อความยั่งยืน: ทางรอดของธุรกิจรถยนต์ไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน

ผลกระทบจากการหดตัวของยอดขายรถยนต์

สถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจดีลเลอร์ต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาฐานลูกค้าและรายได้ ในปี 2567 ยอดขายรถยนต์ลดลงถึง 27.8% และคาดว่าจะลดลงอีก 5.4% ในปี 2568 จำนวนรถยนต์ที่จำหน่ายคาดว่าจะเหลือเพียง 530,000 คัน การหดตัวนี้มีหลายปัจจัย เช่น กำลังซื้อที่ลดลงและความไม่มั่นคงทางการเงินของผู้บริโภคสำหรับตลาดรถปิกอัพ ซึ่งเคยเป็นส่วนสำคัญของยอดขายรถยนต์ในประเทศ คาดว่าจะเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น เนื่องจากปิกอัพมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 85% ของรถพาณิชย์รวม ทำให้กลุ่มนี้มีโอกาสเสียรายได้จากการขายมากกว่ากลุ่มอื่น ตรงกันข้ามกับรถยนต์นั่ง xEV ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้น อาทิเช่น รถยนต์นั่ง HEV, PHEV และ BEV โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่งหรู BEV ที่คาดว่าจะขยายตัวสูงกว่าตลาด BEV รวม เพราะผู้ซื้อมีรายได้มั่นคงและมีกำลังซื้อสูง

การลดลงของรายได้จากการซ่อมบำรุง

นอกจากยอดขายที่ลดลงแล้ว ธุรกิจดีลเลอร์ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากการลดลงของรายได้จากการซ่อมบำรุง ซึ่งคาดว่าจะหดตัว 1.2% ตามจำนวนรถที่เข้าใช้บริการที่ลดลง เนื่องจากจำนวนรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี ซึ่งเป็นลูกค้าหลักทยอยลดลงจนเหลือ 8.89 ล้านคัน หลังจากยอดขายรถยนต์ในช่วงหลังเผชิญกับวิกฤติต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเร่งซื้อล่วงหน้าของรถยนต์คันแรก ปัญหาโควิด และปัญหาหนี้เสียสูงในปี 2568 ทำให้ธุรกิจดีลเลอร์ต้องเร่งปรับตัวเพื่อหาช่องทางเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจแม้จะไม่ง่าย

ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและการแข่งขัน

ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ไทยต้องเผชิญกับความเสี่ยงสองประการในปี 2568 ประการแรกคือ การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีรถยนต์พลังงานทางเลือกกลุ่ม xEV ซึ่งกระทบต่อยอดขายรถยนต์ ICE โดยตรง ทำให้ค่ายรถที่เน้นขายรถยนต์ ICE เป็นหลักโดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งที่จะเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีเร็วกว่า อาจได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ตรงข้ามกับกลุ่มที่เน้นขายรถยนต์ xEV ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นประการที่สองคือ การแข่งขันที่สูงขึ้นจากค่ายรถใหม่ที่ลงทุนในประเทศและรถยนต์นำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่มี FTA ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชั่นที่รุนแรงขึ้น ดีลเลอร์ที่มี Market Share ต่ำอาจเผชิญกับปัญหากำไรจากการขายลดลง เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันที่จำกัด

ปรับตัวเพื่อความยั่งยืน: ทางรอดของธุรกิจรถยนต์ไทย

เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในภาวะที่รายได้หดตัวลงและมีความเสี่ยงสูง ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์จำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แนวทางหนึ่งคือ การหารายได้เพิ่มจากการซ่อมบำรุงโดยนำเสนอแพ็กเกจบริการที่หลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ การขยายหรือเปลี่ยนไปทำดีลเลอร์ให้ค่ายรถยนต์อื่นที่ยอดขายยังไปได้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและแนวโน้มการใช้งานรถยนต์พลังงานทางเลือกเป็นโอกาสให้ธุรกิจดีลเลอร์ปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในอนาคต ทั้งนี้ การทำงานร่วมกับค่ายรถยนต์ที่มีแผนการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย จะช่วยให้ธุรกิจดีลเลอร์สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว