ธุรกิจประกันวินาศภัย: ท้าทายและโอกาสในยุคเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง

ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี พ.ศ. 2567 ธุรกิจประกันวินาศภัยเผชิญกับความผันผวนอย่างมาก โดยมีกำไรก่อนหักภาษีลดลง 8.2% เนื่องจากอัตราการเคลมสินไหมพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเภท เช่น รถยนต์ ทรัพย์สิน และสุขภาพ ส่งผลให้เบี้ยประกันทั้งระบบลดลงเล็กน้อย แต่คาดว่าจะพลิกกลับเป็นบวกภายในสิ้นปี พร้อมแนวโน้มการเติบโตในปีถัดไป

ภาคธุรกิจเตรียมรับมือกับอนาคตที่ท้าทายและมั่นคง

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อธุรกิจประกัน

ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยได้รับผลกระทบจากการฟื้นตัวช้าของเศรษฐกิจทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ทำให้รายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น แต่กำไรจากการรับประกันภัยลดลงอย่างมาก อัตราการเคลมสินไหมที่สูงขึ้นในหมวดประกันรถยนต์ ทรัพย์สิน และสุขภาพ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวการแข่งขันในตลาดประกันภัยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและสินค้าใหม่ๆ ที่นำเสนอความเสี่ยงที่ไม่เคยมีมาก่อน การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็เป็นอีกสองปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจนี้

ทิศทางและความท้าทายในอนาคต

สำหรับปี พ.ศ. 2568 คาดว่าภาคธุรกิจประกันวินาศภัยจะเห็นการเติบโตของเบี้ยประกันที่ราว 1.5-2.5% ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและโลก นอกจากนี้ การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล (InsurTech) จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัยมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ทำให้ประกันอัคคีภัยและประกันภัยการเดินทางได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ส่วนยอดขายรถใหม่คาดว่าจะฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและการผ่อนคลายมาตรการสินเชื่อ

บทบาทของธุรกิจประกันวินาศภัยในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

ธุรกิจประกันวินาศภัยมีบทบาทสำคัญในการรองรับความเสี่ยงและสร้างเสถียรภาพให้กับระบบเศรษฐกิจไทย ไม่เพียงแค่ให้ความคุ้มครองทางการเงินเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมนี้ดำรงอยู่และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน การเข้าใจความต้องการของลูกค้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน

การเตรียมตัวสำหรับอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ภาคธุรกิจประกันวินาศภัยต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในปี พ.ศ. 2568 ทั้งภัยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแข่งขันที่รุนแรง และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงการทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น ในระยะยาว การประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนตระหนักถึงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายเมื่อถูกละเมิด