
สถานการณ์ของธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ในประเทศไทยยังคงเผชิญกับความยากลำบากต่อเนื่องจากปี 2567 สู่ปี 2568 ยอดขายและการบำรุงรักษารถยนต์ยังคงลดลง โดยคาดว่ารายได้รวมจะหดตัวราว 4.9% ในปี 2568 เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ทำให้ดีลเลอร์ต้องปรับตัวและค้นหาวิธีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ เช่น การขยายบริการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนไปจำหน่ายรถยนต์จากค่ายอื่น
แนวโน้มยอดขายและการเปลี่ยนแปลงตลาดรถยนต์
ยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยคาดว่าจะยังคงลดลงต่อเนื่องในปี 2568 ทั้งในกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์และรถยนต์นั่ง โดยเฉพาะกลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ที่คาดว่าจะลดลงมากกว่า 6.8% เนื่องจากผู้ซื้อส่วนใหญ่มีรายได้ไม่แน่นอน ทำให้การขอสินเชื่อเป็นเรื่องยาก สำหรับรถยนต์นั่ง แม้ว่ายอดขายโดยรวมจะลดลง แต่รถยนต์นั่ง xEV มีแนวโน้มเติบโตขึ้น ทำให้ดีลเลอร์ที่เน้นจำหน่ายรถยนต์นั่ง xEV มีโอกาสเพิ่มรายได้มากกว่า
การเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ในปี 2568 แสดงให้เห็นว่าความนิยมในการใช้รถยนต์นั่ง xEV เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะรถยนต์นั่ง HEV และ PHEV ซึ่งเป็นผลจากการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น ทำให้ดีลเลอร์ที่เน้นจำหน่ายรถยนต์นั่ง xEV มีโอกาสเพิ่มรายได้ ในขณะเดียวกัน ดีลเลอร์ที่เน้นจำหน่ายรถยนต์ ICE อาจประสบปัญหาเนื่องจากความนิยมลดลง ทำให้ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาตำแหน่งในตลาด
ผลกระทบต่อรายได้และการปรับตัวของดีลเลอร์
ดีลเลอร์รถยนต์ต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษารายได้จากการขายและการซ่อมบำรุง โดยเฉพาะเมื่อจำนวนรถยนต์อายุไม่เกิน 10 ปี ที่เข้าใช้บริการลดลง ทำให้รายได้จากการซ่อมบำรุงคาดว่าจะลดลงประมาณ 1.2% ดีลเลอร์จำเป็นต้องพัฒนาแผนการปรับตัว เช่น การขยายบริการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนไปจำหน่ายรถยนต์จากค่ายอื่นที่มียอดขายดี เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
การเปลี่ยนแปลงสู่เทคโนโลยีรถยนต์พลังงานทางเลือก xEV เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญที่ดีลเลอร์ต้องเผชิญ ดีลเลอร์ที่เน้นจำหน่ายรถยนต์ ICE อาจประสบปัญหารายได้ลดลง ส่วนดีลเลอร์ที่เน้นจำหน่ายรถยนต์ xEV มีโอกาสเพิ่มรายได้มากขึ้น นอกจากนี้ การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากค่ายรถใหม่และรถยนต์นำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่มี FTA ยังส่งผลให้ดีลเลอร์ต้องแข่งขันอย่างรุนแรงในด้านราคาและโปรโมชั่น ทำให้กำไรจากการขายลดลง โดยเฉพาะในกลุ่ม Market Share ต่ำ
