ตำรวจทางหลวงภาคใต้บุกค้นยานพาหนะใช้ป้ายทะเบียนปลอม

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้ดำเนินการปราบปรามรถที่ใช้ป้ายทะเบียนปลอมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ซึ่งครอบคลุม 11 จังหวัด ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน การปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีผู้เสียหายหลายรายแจ้งว่ารถของตนเองถูกสวมทะเบียนและนำไปกระทำความผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขนแรงงานต่างด้าวและการพกพาอาวุธปืน การจับกุมครั้งนี้ทำให้พบของกลางมากมาย เช่น บุคคลต่างด้าว อาวุธปืน และสิ่งผิดกฎหมายอื่น ๆ รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ป้ายทะเบียนปลอม

การปฏิบัติการปราบปรามยานพาหนะใช้ป้ายทะเบียนปลอมในภาคใต้

ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างได้รับรายงานจากผู้เสียหายจำนวนมากว่ารถของตนเองถูกสวมทะเบียนและนำไปใช้ในการกระทำความผิด ด้วยเหตุนี้ กองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ชนกฤติ พงษ์ศิริ และคณะทำงาน ได้เริ่มปฏิบัติการปราบปรามในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เป็นต้นมา

การจับกุมครั้งนี้ใช้ฐานข้อมูล Big Data จากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อวิเคราะห์และติดตามยานพาหนะที่ใช้ป้ายทะเบียนปลอม ผลจากการปฏิบัติการทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้มากกว่า 100 คน พร้อมของกลางประกอบด้วย อาวุธปืน 10 กระบอก กระสุนปืน 76 นัด น้ำมันเถื่อน 3,880 ลิตร และบุหรี่หนีภาษี 803 ซอง นอกจากนี้ยังพบรถยนต์ที่ใช้ป้ายทะเบียนปลอมและป้ายทะเบียนผิดกฎหมายจำนวน 21 คัน

เจ้าหน้าที่ยังขยายผลการจับกุมไปยังสถานที่ที่มีการลักลอบใช้รถติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอม พร้อมขอหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านที่มีความเชื่อมโยง การดำเนินการนี้ช่วยลดภัยคุกคามและความไม่ปลอดภัยบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่ถูกสวมทะเบียน ควรเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อลงประจำวันเป็นหลักฐาน และนำสมุดคู่มือรถมาแสดงเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของที่แท้จริง ระหว่างรอการตรวจสอบตามกฎหมาย หากได้รับใบสั่งจากรถที่สวมหมายเลขทะเบียนของตนเอง ควรนำบันทึกประจำวันที่ได้รับมาจากการแจ้งความมาแจ้งกับสถานีตำรวจที่ออกใบสั่ง

การกระทำดังกล่าวมีโทษทางกฎหมายที่ร้ายแรง ตามมาตรา 265 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งระบุว่าการปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาท นอกจากนี้ยังมีโทษตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หากใช้ป้ายทะเบียนรถคันอื่นมาติด มีโทษจำคุกและปรับตามมาตรา 67 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว

การจับกุมและการปราบปรามในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลขนาดใหญ่ในการติดตามและจับกุมผู้กระทำผิด นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในการใช้ยานพาหนะบนท้องถนน โดยลดโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมประเภทนี้ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้การปราบปรามและการแก้ไขปัญหานี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว