



เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมสมาชิกแก๊งหลอกจำนำรถยนต์ออนไลน์และขายข้ามประเทศ โดยดำเนินการตามหมายจับศาลในจังหวัดปทุมธานี จับกุมผู้ต้องหา 7 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและใส่ข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ การสอบสวนพบว่าขบวนการนี้ได้ทำธุรกิจรับจำนำรถแล้วขายต่อให้กับลูกค้าต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ผ่านเพจออนไลน์ชื่อดัง และยังมีเบาะแสว่าอาจมีเครือข่ายในหน่วยงานรัฐเกี่ยวข้องด้วย จนถึงขณะนี้ มีรายงานว่าขบวนการนี้ได้ขายรถไปแล้วมากกว่า 100 คัน มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท
จากการตรวจสอบพบว่าขบวนการนี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดสองปีที่ผ่านมา พวกเขาใช้เพจออนไลน์เพื่อโฆษณาบริการรับจำนำรถ และหลังจากได้รับเงินจากเหยื่อ ก็จะทำการขายรถเหล่านั้นให้กับนายทุนทั้งในและต่างประเทศ บางครั้งยานพาหนะจะถูกขนส่งข้ามชายแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ ในขณะที่บางคันจะถูกขนส่งผ่านด่านศุลกากรโดยสวมทะเบียนรถปลอม เหยื่อรายหนึ่งเล่าว่าหลังจากจำนำรถของตนเองแล้วไม่สามารถติดต่อกลับไปยังเพจได้ และเมื่อตรวจสอบตำแหน่ง GPS ของรถพบว่าอยู่ใกล้ชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี
ตำรวจได้นำหมายค้นไปตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี พบรถยนต์จำนวน 23 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถแทรกเตอร์ 1 คัน ซึ่งคาดว่าเป็นทรัพย์สินที่ถูกนำมาหลอกจำนำ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ามีผู้รับผิดชอบในการประสานงานกับลูกค้าที่ต้องการจำนำรถ 2 คน คือ “ประจักษ์” และ “เมธี” ทั้งคู่ถูกจับกุมที่บ้านพักย่านจตุจักรและสมุทรปราการ ภายใต้การสอบสวน ทั้งคู่ยอมรับว่าได้รับรถจากลูกค้าและนำไปส่งให้กับกลุ่มที่มีหน้าที่รับรถเพื่อนำไปเก็บที่โกดัง
การขยายผลการสืบสวนเผยให้เห็นว่าขบวนการนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มนายทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่ในการรับซื้อรถที่ถูกหลอกจำนำและเสนอขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน กระบวนการนี้เริ่มจากการรับรถจากลูกค้าที่ต้องการจำนำ แล้วส่งไปเก็บที่โกดังในจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนที่จะมีการนัดหมายส่งรถข้ามชายแดนตามช่องทางธรรมชาติ จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเพจ Facebook อื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ รวมถึงเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับนายทุนในประเทศเมียนมาและจีน
สำหรับการจับกุมนี้ เป็นผลจากการปฏิบัติงานภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาหลายระดับ รวมถึงพลตรีจิรภพ ภูริเดช, พลตรีคงกฤช เลิศสิทธิกุล, พันตรีบุญลือ ผดุงถิ่น, พันตรีภคพล สุชล และผู้บังคับการฝ่ายต่าง ๆ ของตำรวจทางหลวง ทั้งหมดร่วมกันวางแผนและดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาและยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง จนสามารถยุติการกระทำผิดของขบวนการนี้ได้สำเร็จ
