





สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์อย่างมาก ในปี 2567 ยอดขายรถใหม่และรถมือสองลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้วิธีการชำระเงินสดมากขึ้น ขณะเดียวกัน การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรถมือสองบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกลับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงต้นปี แต่เมื่อถึงกลางปีเป็นต้นไป ความสนใจเริ่มลดลง เนื่องจากความยากลำบากในการขอสินเชื่อ
แนวโน้มราคาและความต้องการของตลาดรถยนต์มือสองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ราคารถยนต์มือสองปรับลดลงในหลายประเภท เช่น รถกระบะ รถซีดาน และรถเอสยูวี ทั้งนี้ ยานพาหนะที่ได้รับความนิยมในการค้นหายังคงเป็นรถกระบะ โดยเฉพาะ Isuzu D-Max ซึ่งครองอันดับแรก นอกจากนี้ คาดว่าในปี 2568 ราคาตลาดรถยนต์มือสองจะปรับตัวสูงขึ้น 10-15% เนื่องจากปริมาณรถคุณภาพสูงที่เข้าสู่กระบวนการประมูลมีจำกัด รวมถึงปริมาณการซื้อขายในตลาด B2C จะทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2567
แม้สภาพคล่องทางการเงินและการซื้อขายรถยนต์จะเผชิญความท้าทาย แต่ยังคงมีโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การพัฒนาและส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ ผู้ประกอบการสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
