



นักแสดงวัย 76 ปีอย่างซามูเอล แอล. แจ็กสันได้ให้สัมภาษณ์กับ Masterclass เกี่ยวกับบทบาทของเขาในภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ 'Die Hard with a Vengeance' (1995) ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาอย่างมาก แม้ว่าผลงานของเขากับ 'Pulp Fiction' จะได้รับความสนใจและรางวัลมากมาย แต่ 'Die Hard' กลับสร้างผลกระทบทางการเงินและการยอมรับจากผู้ชมทั่วโลกมากกว่า เขาได้แบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปและเปิดโอกาสใหม่ๆ ในวงการภาพยนตร์
ภาพยนตร์ที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง
ซามูเอล แอล. แจ็กสันกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างการทำงานใน 'Die Hard' และ 'Pulp Fiction' ว่าภาพยนตร์เรื่องหลังทำให้เขาได้รับรางวัลและเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ แต่ 'Die Hard' กลับสร้างรายได้มหาศาลและทำให้เขาได้รับความรักจากผู้ชมทั่วโลก โดยเฉพาะตัวละคร Zeus ของเขาที่กลายเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง
บรูซ วิลลิสมีคำแนะนำสำหรับแจ็กสันเมื่อพวกเขาเริ่มทำงานร่วมกันใน 'Die Hard' ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะเปลี่ยนชีวิตเขา ซึ่งในภายหลังคำพูดนั้นกลายเป็นจริง เมื่อ 'Die Hard' กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในโลก แม้ว่าจะได้รับคำวิจารณ์ในเชิงลบ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้แจ็กสันได้รับความสนใจและความรักจากผู้ชมทั่วโลก รวมถึงการพูดคุยกับคนทั่วไปที่มักจะนำประโยคจากภาพยนตร์มาใช้เมื่อพบเจอเขา
โอกาสใหม่ ๆ ที่ตามมาหลังจากการแสดงใน ‘Die Hard’
หลังจากประสบความสำเร็จใน 'Die Hard' แจ็กสันได้รับการจับตามองมากขึ้นและได้รับโอกาสใหม่ ๆ ในการทำงานในภาพยนตร์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์คุณภาพอย่าง 'Eve’s Bayou' และ 'Jackie Brown' หรือภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์อย่าง 'The Long Kiss Goodnight' และ 'Star Wars: Episode 1 – The Phantom Menace'
ภาพยนตร์ 'Die Hard with a Vengeance' ไม่เพียงแต่ทำให้แจ็กสันได้รับความรักและความสนใจจากผู้ชมทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ในการทำงานกับผู้กำกับและนักแสดงชื่อดังมากมาย ทำให้เขากลายเป็นนักแสดงขวัญใจผู้ชมรุ่นใหม่ตั้งแต่ยุค 2000s มาจนถึงทุกวันนี้ การทำงานใน 'Die Hard' ทำให้เขามีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในวงกว้าง ทั้งในฐานะนักแสดงและบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ฮอลลีวูด
