ช้างป่าสีดอโหนก หลบหนีทีมแพทย์ระหว่างการรักษา หายเข้าป่าอ้อยหลังถูกรถชน

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2568 ช้างป่าชื่อสีดอโหนกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ข้ามฝั่งมาหากินในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านหนองตลาด ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และถูกรถกระบะชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้เจ้าหน้าฐาณและทีมแพทย์เร่งค้นหาและทำการรักษาอย่างเร่งด่วน

ทีมแพทย์เร่งตามหาช้างป่าเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

การประสบเหตุและบาดเจ็บ

ช้างป่าสีดอโหนกได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถยนต์ชนในเช้าวันที่ 3 มกราคม 2568 ทำให้เกิดความเสียหายบริเวณลำตัวและขาหลัง โดยช้างป่าได้เดินกะเผลกไปหลบซ่อนตัวข้างสระน้ำในไร่อ้อย แสดงถึงความพยายามในการปกป้องตัวเองจากภัยคุกคาม การบาดเจ็บครั้งนี้เป็นมากกว่าแค่บาดแผลภายนอก มันยังส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเคลื่อนไหวและการดำรงชีวิตประจำวันของช้างป่าการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นทำให้สีดอโหนกต้องเผชิญกับความทรมานและความยากลำบากในการหากินและหลบหนีจากภัยคุกคาม ซึ่งเป็นสภาวะที่ไม่สามารถทนทานได้สำหรับช้างป่าที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ การได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การรักษาและการหลบหนี

ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ได้เดินทางไปยังจุดที่สีดอโหนกพักอยู่ในช่วงค่ำวันที่ 3 มกราคม 2568 เพื่อทำการฉีดยาแก่ช้างป่า ซึ่งหลังจากฉีดยารักษาบาดแผลเข็มแรก สีดอโหนกมีอาการดีขึ้น แต่เมื่อทีมแพทย์กำลังจะฉีดยารักษาเข็มที่สอง สีดอโหนกกลับวิ่งหนีเข้าไปในป่าอ้อย เจ้าหน้าที่ได้พยายามติดตามแต่ไม่พบตัวช้างป่า ทำให้ต้องยุติการค้นหาในช่วงเที่ยงคืนการหลบหนีของสีดอโหนกทำให้ทีมแพทย์ต้องเร่งค้นหาและวางแผนการรักษาใหม่ เนื่องจากช้างป่ายังคงอยู่ในสภาพบาดเจ็บและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด การหาตัวช้างป่าในป่าอ้อยที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรอย่างเต็มที่เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การสนับสนุนและการสำรวจ

นายไพรวัลย์ ท่าข้าม จิตอาสาผู้ผลักดันการช่วยเหลือช้างป่า ได้ประสานงานกับหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เพื่อสนับสนุนการค้นหาและรักษาสีดอโหนก ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้ใช้โดรนบินสำรวจในไร่อ้อยเป็นเวลา 1 ชั่วโมง แต่ยังไม่พบตัวช้างป่า ทั้งนี้ มีแผนที่จะบินสำรวจดูอีกครั้งในช่วงเย็น และคาดว่าจะพบตัวช้างป่าชาวไร่อ้อยได้เร่งตัดอ้อยเพื่อลดความเสี่ยงในการเข้ามาหากินของช้างป่า และให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ง่ายขึ้น การสนับสนุนจากชุมชนและประชาชนในพื้นที่เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือช้างป่าสีดอโหนก ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความพยายามในการช่วยเหลือ

ในช่วงบ่ายวันที่ 4 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ได้เร่งแกะรอยและตามหาสีดอโหนกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การทำงานอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้งของทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลช้างป่าและสัตว์ป่าอื่นๆ ที่อยู่ในภาวะวิกฤติการช่วยเหลือช้างป่าสีดอโหนกไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความร่วมมือจากชุมชนและประชาชนในพื้นที่ที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบทำให้การช่วยเหลือช้างป่าประสบความสำเร็จและสร้างความหวังในการฟื้นฟูช้างป่าให้กลับมาแข็งแรงและปลอดภัยอีกครั้ง