ช่วยเหลือแม่ลูกบาดเจ็บ ติดคาซากรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถบรรทุก

วันศุกร์ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ครั้งหนึ่งในเวลา 07.41 น., ความรุนแรงเกิดขึ้นบนถนนราชพฤกษ์ในเมืองนนทบุรี. เหตุการณ์เป็นการชนรถหลายคัน ซึ่งทำให้ผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถ. เหตุผลเกิดจากการชนรถบนถนนราชพฤกษ์ขาออก บนต่างระดับถนนราชพฤกษ์ตัดถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักน้อย.

การช่วยเหลือและสถานการณ์ของผู้บาดเจ็บ

ในสถานการณ์นี้, รถเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น แจ๊ส สีดำ ทะเบียนสุพรรณบุรี พบอยู่พลิกตะแคงกลางถนน. ภายในรถพบผู้บาดเจ็บ 2 คน คือ นางบุญยัง อายุ 49 ปี และน.ส.อริยดา อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นแม่ลูกกัน. พวกเขายังติดอยู่ในซากรถโดนส่วนของหลังคารถนั้นกดทับ. กู้ภัยต้องเร่งช่วยเหลือโดยใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง จนสามารถนำตัว 2 แม่ลูกออกมาได้และปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า.

ยังมีรถกระบะคอก ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียนกทม. ที่ได้รับความเสียหายหน้ารถพังเสียหายโดยบรรทุกมะพร้าวมาเต็มคัน. พร้อมกันมีแผงเหล็กกันตกบนสะพานพังเสียหายด้วย. นายสัมฤทธิ์ คนขับรถกระบะกล่าวว่าตนเองขับรถบรรทุกมะพร้าวมาจาก อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เพื่อมุ่งหน้าไปส่งปลายทางที่ตลาดไท. ในระหว่างทางเห็นรถบรรทุก 6 ล้อตู้ทึบอยู่หน้า และรถเก๋งตามหลัง 2 คันอยู่ในช่องทางกลาง. แต่ไม่แน่ใจว่าพวกรถเก๋งจะหลับหรือแซงขวา. จนกระทั่งด้านหน้ามุมซ้ายของรถเก๋งไปชนกับมุมท้ายด้านขวาของรถบรรทุก, ทำให้รถเก๋งเกิดเสียหลักและพุ่งไปชนแบริเออร์คอนกรีตก่อนที่ตัวรถจะพลิกตะแคงไถลไปกับถนน. หลังจากเกิดเหตุ, เหตุการณ์ยังมีหลายข้อ值得ที่ต้องตรวจสอบและศึกษาเพื่อหาสาเหตุและการแก้ไข.

การบันทึกและการตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำคนขับรถกระบะคอก. การบันทึกนี้ช่วยให้เข้าใจว่าพวกรถเก๋งไปพุ่งชนท้ายรถบรรทุกก่อนที่จะพลิกตะแคง. แต่ยังไม่พอเพียงเพราะยังต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบนสะพานอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้นอย่างครบคอบ.

การตรวจสอบและศึกษาในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาและลดความเสี่ยงในอนาคต. เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างของความรุนแรงและความไม่แน่นอนในการขับรถและการใช้ถนน. เราต้องรับlessons learned จากเหตุการณ์นี้และทำความดีเพื่อความปลอดภัยบนถนน.