




รายงานล่าสุดระบุว่าการเดินทางบนถนนเอเชียช่วงผ่านจังหวัดชัยนาท มีปริมาณยานพาหนะมากถึง 3,000-3,500 คันต่อชั่วโมง ระหว่างทางต่างระดับชัยนาทไปจนถึงสี่แยกหางน้ำสาคร ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่มีบางช่วงที่รถชะลอตัวเนื่องจากสภาพทางและสัญญาณไฟจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการเพื่อให้การจราจรคล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ยังมีรายงานการเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งในบริเวณทางขึ้นลงเนิน ทำให้ต้องขอความร่วมมือในการขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
สภาพการจราจรและการเคลื่อนย้ายยานพาหนะ
การจราจรบนถนนเอเชียช่วงผ่านจังหวัดชัยนาทเป็นไปอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะในช่วงเช้าของวันที่ 28 ธันวาคม ปริมาณรถที่ไหลผ่านถนนทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนเอเชียฝั่งขาขึ้นภาคเหนือ สูงถึง 3,000-3,500 คันต่อชั่วโมง ผู้ใช้เส้นทางสามารถขับขี่ด้วยความเร็วประมาณ 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ในบางช่วงที่มีทางขึ้นลงเนินและความหนาแน่นของรถ การขับขี่อาจต้องชะลอความเร็วลงเหลือ 40-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การจราจรบนถนนช่วงนี้มีความหนาแน่นเป็นพิเศษ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากกำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 สำหรับช่วงทางขึ้นลงเนินที่กิโลเมตรที่ 137 และช่วงก่อนเข้าสี่แยกหางน้ำสาคร ยานพาหนะจำเป็นต้องชะลอตัวเพื่อรอกำหนดสัญญาณไฟจราจร ทำให้มีการสะสมของรถยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้สัญญาณไฟแบบอัตโนมัติเปิดนาน 6-8 นาที เพื่อให้ยานพาหนะมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือสามารถเคลื่อนตัวได้รวดเร็วขึ้น
ความปลอดภัยและการป้องกันอุบัติเหตุ
นอกจากสภาพการจราจรที่หนาแน่นแล้ว ยังมีรายงานการเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งในบริเวณจุดพักรถอู่ตะเภาและทางขึ้นลงเนินก่อนเข้าสี่แยกหางน้ำสาคร ทำให้ต้องขอความร่วมมือจากผู้ใช้เส้นทางในการขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อถึงจุดที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ทางขึ้นลงเนินและช่วงที่มีรถหนาแน่น
การเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายกันเป็นประจำในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา มีรายงานการชนท้ายกันถึง 4 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งดำเนินการเข้าช่วยเหลือและเคลียร์พื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของรถติดขัด ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้เส้นทางควรชะลอความเร็วเมื่อถึงจุดที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุและรักษาความปลอดภัยในการเดินทาง
