
การแลกเปลี่ยนความรู้และความสามารถทางด้านยกน้ำหนักระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างสองประเทศ ผ่านการอบรมบุคลากรในกีฬายกน้ำหนัก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติของลาวในปี 2568 งานนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ส่งผู้เชี่ยวชาญระดับสูงไปเป็นวิทยากรในการอบรม
การอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรกีฬายกน้ำหนัก
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ณ กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้มีการจัดอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรกีฬายกน้ำหนักขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 30 คน การอบรมนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 27-28 ธันวาคม 2567 และได้รับการสนับสนุนโดยสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ผ่านการส่งผู้เชี่ยวชาญระดับสูงไปเป็นวิทยากร นำโดย ดร. นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ รองนายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักอาเซียน และนายภูริช ภูมิพานิช เจ้าหน้าที่ประสานงานด้านต่างประเทศ
การอบรมนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างความรู้และความสามารถให้แก่เจ้าหน้าที่ลาวเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างมิตรภาพและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในด้านกีฬายกน้ำหนัก ที่ถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในภูมิภาคอาเซียน
นายปรัชญา กีรตินันท์ นายกสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ได้กล่าวแสดงความยินดีในการร่วมมือครั้งนี้ และยืนยันว่าจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความสามารถและความภาคภูมิใจของบุคลากรทั้งสองท่านที่ได้รับเลือกให้เป็นวิทยากรในการอบรมครั้งนี้
ค่าใช้จ่ายในการอบรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดยสมาคมกีฬายกน้ำหนักแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการสร้างความร่วมมือที่ดีระหว่างสองประเทศ
การอบรมนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างสรรค์ความร่วมมือทางด้านกีฬาที่ยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของกีฬายกน้ำหนักในภูมิภาคอาเซียน
จากมุมมองของผู้เขียน การแลกเปลี่ยนความรู้และความสามารถทางด้านกีฬาระหว่างสองประเทศนี้ไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างกัน ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายทางกีฬาที่แน่นแฟ้นในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและการแข่งขันที่ยั่งยืนในอนาคต
