



หลังจากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-พนมไพร เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 บริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) ได้มีมาตรการใหม่เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ โดยประกาศห้ามนำวัตถุอันตรายลงใต้ท้องรถโดยสารอย่างเด็ดขาด การดำเนินการนี้ทำให้ผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมั่นใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บขส. ยังได้เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยด้วยการตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารก่อนขึ้นรถ และอนุญาตเฉพาะผู้โดยสารที่มีตั๋วเท่านั้นที่สามารถเข้าไปภายในชานชาลาขาออกได้
มาตรการใหม่เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง
ในช่วงเช้าของวันที่ 27 ธันวาคม 2567 เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ห้องเก็บของชั้นล่างของรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-พนมไพร ในจังหวัดร้อยเอ็ด แม้ว่าไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ บขส. ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้
นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการรักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. ได้เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 15/2567 มีมติให้ บขส. ออกประกาศห้ามนำวัตถุอันตรายและวัตถุติดไฟง่ายลงใต้ท้องรถโดยสาร เช่น แบตเตอรี่มือถือ ไฟแช็ก และถังแก๊สปิกนิก ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการและป้องกันเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ บขส. ยังได้เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยโดยการตรวจสแกนกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารก่อนขึ้นรถ และอนุญาตเฉพาะผู้โดยสารที่มีตั๋วเท่านั้นที่สามารถเข้าไปภายในชานชาลาขาออกได้
สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 บขส. จะเข้มงวดกวดขันพฤติกรรมมิชอบ เช่น การขายตั๋วเถื่อน หากพบว่ามีการละเมิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายและระเบียบของบริษัท ส่วนผู้ประกอบการที่ขายตั๋วแล้วไม่นำรถมาให้บริการในเวลาที่กำหนด บขส. จะจัดหารถทดแทนทันที
ด้านแท็กซี่ หากพบว่าไม่มีการกดมิเตอร์ จะห้ามเข้าพื้นที่เด็ดขาด
จากการประกาศมาตรการใหม่นี้ ผู้ใช้บริการสามารถมั่นใจได้ว่าการเดินทางจะมีความปลอดภัยมากขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์อันตรายในอนาคต
การออกประกาศใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ บขส. ในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกัน ก็แสดงให้เห็นว่าองค์กรกำลังให้ความสำคัญกับปัญหาที่เคยเกิดขึ้น และมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
