



ในโอกาสเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬานักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ครั้งที่ 11 ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 เมษายน ทางกรมพลศึกษาได้จัดกิจกรรมนันทนาการสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและความสนุกสนานให้กับนักเรียนจากโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั้ง 4 ภาค กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการผ่อนคลายจากความเครียดจากการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเน้นการสร้างความเข้าใจและทักษะเบื้องต้นในการเล่นกีฬาหลากหลายประเภท เช่น เทนนิส, เซปักตะกร้อ, และบาสเกตบอล โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมดูแลและแนะนำ
บรรยากาศแห่งการเรียนรู้และการรวมพลัง
ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568 ณ สนามกีฬาภายในค่ายพระรามหก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี การจัดกิจกรรมนันทนาการสัมพันธ์กลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่เชื่อมโยงนักเรียนกว่า 400 คนจากทั่วประเทศ เหล่าเด็กๆ มีโอกาสได้ทดลองเล่นกีฬาหลากหลายประเภทภายใต้การดูแลของวิทยากรที่มีประสบการณ์ นอกจากนี้ ยังมีการจัดซุ้ม Workshop ที่น่าสนใจ เช่น กิจกรรมปากระป๋อง, การเล่นฮูลาฮูป, และการประดิษฐ์สมุดบันทึก เพื่อเสริมสร้างความสนุกสนานและความคิดสร้างสรรค์ ดร.พัฒพงศ์ พงษ์สกุล รองอธิบดีกรมพลศึกษา ได้กล่าวถึงความสำคัญของการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งมอบไม้แบดมินตันจำนวน 150 ชุดให้กับนักเรียน นอกจากนี้ยังมีการแสดงการเล่นกีฬาเทคบอล ซึ่งเป็นกีฬาใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน แต่ยังเปิดโอกาสให้พวกเขาฝึกฝนทักษะเพื่อก้าวสู่การเป็นนักกีฬาระดับสูงในอนาคต
การแข่งขัน "ช้างศึกน้อยเกมส์" จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน ณ สนามกีฬาราชนิเวศน์กรีฑาสถาน กองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ (ค่ายพระรามหก) โดยมีรางวัลใหญ่คือถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
บทเรียนที่ได้รับจากกิจกรรมนี้
การจัดกิจกรรมนันทนาการสัมพันธ์ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์และการเสริมสร้างทักษะชีวิตผ่านกีฬาและกิจกรรมที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความพยายามของหน่วยงานราชการในการส่งเสริมเยาวชนให้มีโอกาสเข้าถึงกีฬาที่มีมาตรฐานและพัฒนาตนเองในทุกด้าน การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนยังช่วยผลักดันให้เยาวชนเหล่านี้มีโอกาสได้พัฒนาตนเองและสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวและสังคมในอนาคต
