หากการควบรวมเกิดขึ้นจริง จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการรถยนต์ ด้วยยอดขายรวมกว่า 8 ล้านคันต่อปี ทำให้กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก แม้จะยังตามหลัง Toyota และ Volkswagen แต่ก็แสดงถึงพลังงานและโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังรออยู่
การรวมกิจการครั้งนี้อาจกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์!
มูลค่าตลาดและการควบรวมกิจการ
การรวมกิจการระหว่าง Honda และ Nissan จะสร้างบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งใหม่ในวงการยานยนต์ โดย Honda มีมูลค่าตลาดสูงถึง 5.95 ล้านล้านเยน (38.8 พันล้านดอลลาร์) ในขณะที่ Nissan มีมูลค่า 1.17 ล้านล้านเยน (7.6 พันล้านดอลลาร์) การรวมกันนี้จะเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมยานยนต์ ตั้งแต่ Fiat Chrysler และ PSA รวมตัวกันเป็น Stellantis ด้วยมูลค่า 52 พันล้านดอลลาร์ เมื่อปี 2021การควบรวมกิจการนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มขนาดและความแข็งแกร่งทางการเงินเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ทั้งสองบริษัทสามารถแบ่งปันทรัพยากร เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญในการพัฒนายานยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวความท้าทายในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน
Honda และ Nissan กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวเลขที่สะท้อนสถานการณ์นี้คือยอดขาย EV ในจีนที่พุ่งสูงขึ้นถึง 1.27 ล้านคันในเดือนพฤศจิกายน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 70% ของยอดขาย EV ทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าตลาดจีนเป็นสนามแข่งขันที่สำคัญสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทุกแบรนด์บริษัทจากประเทศจีนเองก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในตลาดนี้ โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในท้องถิ่นได้ดี ทำให้ Honda และ Nissan จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดและสร้างความแตกต่างในผลิตภัณฑ์ของตนเอง การพัฒนาเทคโนโลยี EV ที่ทันสมัยและเหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคจีนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี
โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแผนที่จะเรียกเก็บภาษีสำหรับรถยนต์ที่ส่งมาจากแคนาดาและเม็กซิโกไปยังสหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทต่างๆ ต้องเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้น ทั้ง Honda และ Nissan ก็ผลิตรถยนต์ในเม็กซิโกเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนี้อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการดำเนินงานของทั้งสองบริษัทนอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของภาษีอาจทำให้ราคาขายปลีกของรถยนต์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ทั้ง Honda และ Nissan จำเป็นต้องประเมินสถานการณ์และวางแผนปรับโครงสร้างการผลิตให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นการปรับตัวเพื่อแข่งขันในอนาคต
สถานการณ์ปัจจุบันเป็นสัญญาณเตือนให้ Honda และ Nissan ต้องเร่งปรับตัวและพัฒนากลยุทธ์ เพื่อแข่งขันในตลาด EV จีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต การพัฒนาเทคโนโลยี EV ที่ทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคจีนจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมนอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในท้องถิ่นและการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองบริษัท ทำให้พวกเขาสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพYou May Like