



ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์โลก Honda, Nissan และ Mitsubishi เตรียมผนึกกำลังเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น การควบรวมกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจาก Tesla และแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมูลค่าตลาดรถยนต์ทั่วโลกในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 มีมูลค่าถึง 2.82 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแบ่งปันระหว่างแบรนด์ญี่ปุ่นเช่น Toyota, Honda, Nissan และ Mitsubishi แต่ละแบรนด์มีสัดส่วนตลาดที่แตกต่างกันและกำลังมองหาวิธีในการปรับตัวเพื่อแข่งขันในตลาดโลก.
การผนึกกำลังของยักษ์ใหญ่ยานยนต์ญี่ปุ่น
ในวันพุธที่ผ่านมา (18 ธันวาคม 2567) Honda และ Nissan ได้เริ่มเจรจาการควบรวมกิจการ เพื่อสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งและสามารถต่อสู้กับคู่แข่งระดับโลก เช่น Toyota, Tesla และแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน การปรับโครงสร้างนี้ทำให้หุ้นของ Nissan พุ่งขึ้น 23.7% ในขณะเดียวกัน Mitsubishi ซึ่ง Nissan ถือหุ้นใหญ่ 34% ก็มีแนวโน้มจะเข้าร่วมในบริษัทโฮลดิ้งที่อาจเกิดขึ้น
Honda แม้ว่าจะมีมูลค่าตลาดสูงกว่า Nissan แต่กำลังประสบปัญหาในการแข่งขันด้านการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่ Nissan กำลังเผชิญวิกฤตทางการเงินและยอดขายที่ตกต่ำ ทำให้ทั้งสองบริษัทต้องเร่งปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน การควบรวมกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ เพื่อต่อสู้กับแบรนด์ EV จีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการเตรียมพร้อมสำหรับความไม่แน่นอนในตลาดสหรัฐฯ และการต่อสู้กับยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota และ Tesla
หากการควบรวมสำเร็จ คาดว่ายอดขายรวมจะอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านคันต่อปี ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่เป็นฐานการผลิตสำคัญของค่ายรถญี่ปุ่นหลายราย โดยภายใน 5 ปี ค่ายรถญี่ปุ่น 4 ราย ได้แก่ Toyota, Honda, Isuzu และ Mitsubishi เตรียมลงทุนรวม 1.5 แสนล้านบาท เพื่อขยายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด
ล่าสุด Toyota ประกาศเพิ่มการลงทุนในไทยกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาสายการผลิตรถไฮบริด สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ขณะที่ประเทศไทยเองยังคงอยู่ในเรดาร์ฐานการผลิตสำคัญในยุคที่ EV กำลังกลายเป็นกระแสหลักของโลก
จากมุมมองของผู้สื่อข่าว การปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาความแข็งแกร่งและความมั่นคงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในตลาดโลก ทั้งนี้ การควบรวมกิจการและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะช่วยให้บริษัทยานยนต์ญี่ปุ่นสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น
