






เมืองไทยกำลังเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศที่รุนแรง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้นำมาตรการเขตมลพิษต่ำมาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การประกาศห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก ทำให้มีรถบรรทุกกว่า 3,000 คันฝ่าฝืน และอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีมาตรการในการลงทะเบียนบัญชีสีเขียว เพื่อส่งเสริมการบำรุงรักษาและการใช้พลังงานสะอาด
มาตรการเขตมลพิษต่ำ: ความพยายามลดผลกระทบต่อสุขภาพ
ผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานครได้เปิดเผยถึงมาตรการเขตมลพิษต่ำ (LEZ) ที่นำมาใช้เพื่อลดมลพิษทางอากาศและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ภายใต้มาตรการนี้ รถบรรทุกขนาดใหญ่จะถูกห้ามเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก เว้นแต่จะเป็นรถที่ได้รับการยกเว้น เช่น รถ EV, NGV, EURO 5-6 และรถที่อยู่ในบัญชีสีเขียว
มาตรการเขตมลพิษต่ำนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 จนถึงวันที่ 24 มกราคม 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รถบรรทุกที่ไม่ได้รับการยกเว้นและเข้าพื้นที่โดยไม่ถูกต้องจะต้องเผชิญกับโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงการตรวจสอบจากกล้อง CCTV และระบบ AI เพื่อตรวจจับป้ายทะเบียนรถ
การดำเนินคดีและมาตรการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
จากการบังคับใช้มาตรการเขตมลพิษต่ำ มีรถบรรทุกกว่า 3,000 คันที่ฝ่าฝืนเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก ซึ่งรวมถึงรถบรรทุกที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีสีเขียว ทำให้เกิดคำถามถึงความพร้อมของผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามมาตรการ และความจำเป็นในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ
นอกจากการดำเนินคดีแล้ว กรุงเทพมหานครยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำรถบรรทุกขนาดใหญ่เข้ากระบวนการบำรุงรักษา เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง จากนั้นทำการลงทะเบียนบัญชีสีเขียวผ่าน Google Form เพื่อรับการยกเว้นมาตรการเขตมลพิษต่ำ ผู้ประกอบการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรการอาจถูกตักเตือนหรือหยุดการก่อสร้างในอนาคต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ
