







เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองได้ร่วมกันตรวจสอบรถยนต์บรรทุกสินค้าบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยพบว่ามีการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวน 580 ลิตร มายังประเทศไทยโดยไม่ผ่านกระบวนการศุลกากรที่ถูกต้อง การกระทำนี้เป็นการละเมิดกฎหมายการนำเข้าและส่งออกของประเทศ
การตรวจสอบและการยึดรถบรรทุก
เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานได้ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบรถบรรทุกสินค้าที่ข้ามมาจากประเทศเมียนมา ภายหลังจากได้รับเบาะแสว่ามีการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงในรถบรรทุกสินค้า เมื่อทำการตรวจค้นภายในรถ Mitsubishi Canter สีขาว พบว่ามีถังพลาสติกบรรจุน้ำมันซ่อนอยู่ภายในรถ
จากการตรวจสอบพบว่ามีถังน้ำมันขนาดต่างๆ รวมทั้งหมด 6 ถัง ประกอบด้วยถังขนาด 305 ลิตร 1 ถัง, ถังขนาด 200 ลิตร 1 ถัง, ถังขนาด 30 ลิตร 2 ถัง และถังขนาด 5 ลิตร 3 ถัง รวมปริมาณน้ำมันทั้งหมด 580 ลิตร เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถบรรทุกและน้ำมันทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
การให้การของผู้ขับขี่และผลกระทบต่อระบบภาษี
นายเรนเรน อายุ 36 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถบรรทุก ได้ให้การว่าได้ซื้อน้ำมันดังกล่าวมาในราคา 8,000 บาท เพื่อส่งไปยังประเทศเมียนมา โดยผสมกับสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสด การกระทำนี้อาจเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ
การลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างประเทศนี้ส่งผลกระทบต่อระบบภาษีและศุลกากรของทั้งสองประเทศ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียรายได้ทางภาษีจำนวนมาก นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การตรวจสอบและการยึดน้ำมันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการกำกับดูแลชายแดนและการป้องกันการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย
