







เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจได้ร่วมกันดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์กว่าสองร้อยคน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 พลตรีณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ได้นำพาหนะจำนวนหลายสิบคันไปรอรับผู้เสียหายที่ถูกกองกำลัง D.K.B.A. ช่วยเหลือจากประเทศเมียนมา สำหรับการขนส่งครั้งนี้ใช้รถบรรทุกและรถคุ้มกันรวม 18 คัน เพื่อนำผู้เสียหายไปยังสถานที่ปลอดภัยในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก โดยจะทำการตรวจสอบเบื้องต้นและให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการที่กำหนดไว้
มาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้ในการป้องกันและการปราบปรามการค้ามนุษย์เริ่มแสดงผลอย่างชัดเจน การลดการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการสื่อสารทำให้กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ที่กระทำผิดกฎหมายต้องเผชิญกับความยากลำบาก แม้ว่ามาตรการเหล่านี้อาจกระทบต่อประชาชนบางส่วน แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้การแก้ไขปัญหาประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ พลตรีณัฐกรยืนยันว่าหากไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจังในครั้งนี้ โอกาสที่จะแก้ไขปัญหานี้ในอนาคตจะยากมากขึ้น การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายไทยและเมียนมาเพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้เสียหายเป็นประเด็นสำคัญ และยังมีการตรวจจับการลักลอบขนส่งสินค้าต้องห้ามตลอดแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการปกป้องสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยของประชาชน ทั้งนี้ยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ความพยายามเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างสังคมที่ยุติธรรมและปลอดภัยสำหรับทุกคน
