





เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ดำเนินการตรวจสอบและจับกุมรถตู้ที่ใช้เอกสารปลอมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ขับขี่ซึ่งเป็นชายวัย 67 ปีอ้างว่าไม่ทราบว่าเอกสารที่ใช้มีปัญหา เนื่องจากเขาเพิ่งเริ่มทำงานเป็นคนขับรถคันนี้ไม่ถึงหนึ่งปี การตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวมีทะเบียนที่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยไม่ถูกต้อง และเอกสารภาษีประจำปีถูกตัดแปะเลขอำพลาง นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทที่เหมาะสม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาหลายกระทงและนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
รายละเอียดการจับกุมรถตู้ปลอมเอกสารทางราชการ
ในช่วงเช้าของวันที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ทำการตรวจตราเส้นทางหลักในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เมื่อสังเกตเห็นรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีขาวขับผ่านมา พวกเขาได้ทำการตรวจสอบทะเบียนรถผ่านระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก พบว่ารถคันดังกล่าวมีสถานะระงับการใช้งานเนื่องจากหมดอายุภาษีเมื่อเดือนมีนาคมปี 2563
เจ้าหน้าที่จึงติดตามและหยุดรถไว้ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 4+600 ถนนหมายเลข 356 ในตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการสอบถามผู้ขับขี่ ทราบว่าเป็นชายชราวัย 67 ปีจากตำบลบ้านไผ่ลิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคลตลอดชีพ และแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีที่ติดอยู่ที่กระจกรถฝั่งซ้ายมือ
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรบางปะอิน พบว่าแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีประจำปีถูกตัดแปะตัวเลขอำพลาง โดยมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขจาก 30-0348 เป็น 33-2297 และจาก 2566 เป็น 2567 รวมถึงไม่พบข้อมูลใบอนุญาตขับขี่รถขนส่งในระบบฐานข้อมูลกรมการขนส่งทางบก
นายพงษ์ศักดิ์ อายุ 67 ปี ยอมรับว่าเขาไม่ทราบว่าเอกสารที่ใช้มีปัญหา เขาเพียงแค่รับจ้างขับรถคันนี้มาไม่ถึงหนึ่งปีเท่านั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา "ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม" และ "เป็นผู้ประจำรถโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน" พร้อมนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบเอกสารและทะเบียนรถอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการกระทำความผิดและการใช้เอกสารปลอม ที่อาจนำไปสู่การเสี่ยงต่อความปลอดภัยบนท้องถนน การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสในการกระทำผิดและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่ใช้ทางสาธารณะ
